เรื่องเล่า เคล้าเสียงเพลง

เรื่องเล่า เคล้าเสียงเพลง

 

เมื่อคราที่ลมร้อนและไอแดดจากดวงอาทิตย์กลมโตมาเยือน พวกเราทั้ง 5 คน จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งตามคำสัญญา ... ไม่ว่าช้อนจะขาดส้อม ดาวจะขาดเดือน เจ้าหญิงจะขาดเจ้าชาย แต่ไม่มีวันที่พวกเราจะขาดกัน

วันนี้เป็นวันที่หนุ่มสาวทั้ง 5 คน กลับมารำลึกความหลัง ณ ชายหาดทางตอนใต้ของทะเลอันดามัน

แสงแดดที่แผดเผาจนผิวเปลี่ยนสี ลมทะเลพัดผ่านมาปะทะใบหน้าและร่างกาย ทำให้สัมผัสได้ถึงความเค็มอย่างเต็มเหนี่ยวจนอดรู้สึกเหนียวตัวไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกในการท่องทะเลลดน้อยลง

เมื่อสิ้นแสงตะวัน แสงจันทร์ก็ทำหน้าที่ต่อได้อย่างงดงาม พวกเราทั้ง 5 คน มานั่งล้อมวงรอบกองไฟซึ่งจุดไว้เพื่อความสว่าง หาใช่เพื่อความอบอุ่นของร่างกาย เมื่อทุกอย่างเข้าที่ผมจึงหยิบกีตาร์ตัวโปรดขึ้นมาสร้างความครื้นเครง บรรเลงเพลงไปตามบรรยากาศ และแน่นอนว่าจอมยุทธ์ต้องคู่กับกระบี่ฉันใด วงสนทนาที่ไร้เครื่องดื่ม (แอลกอฮอล์) ก็ไม่ต่างอะไรกับทุ่งหญ้ากลางทะเลทรายฉันนั้น ทันทีที่ของเหลวมีฟองสีขาวไหลผ่านปากเข้าสู่ลำคอขวดแล้วขวดเล่า จนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อกำลังดี


ถ้าเปรียบเป็นภาพยนตร์ ก็เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในจุดไคลแม็กซ์ วินาทีนี้ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์กับเสียงเพลงเพราะๆ ทำให้ความในใจของแต่ละคนเริ่มหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา เริ่มต้นด้วยเรื่องน่ายินดีของเฟย์ แอร์โฮสเตสสาวสวย ที่กำลังจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มนักบินซึ่งคบหาดูใจกันมานานหลายปี ตลอดเวลาที่เขาทั้งสองคบกัน แม้ว่าแฟนหนุ่มของเธอจะมีนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่วันนี้เขาได้พิสูจน์ให้เฟย์เห็นแล้วว่า โลกทั้งใบจะสดใสและน่าอยู่กว่านี้ ถ้ามีเธออยู่เคียงข้าง

เมื่อสิ้นสุดคำบอกเล่าของเฟย์ พวกเราทุกคนก็ส่งเสียงเฮ ร่วมยินดีไปกับเธอ แต่แล้วเสียงดนตรีก็ต้องชะงักลงครู่หนึ่ง เพราะนิดหน่อยปล่อยโฮออกมากลางวงสนทนา ไม่ใช่เพราะว่าเธอซาบซึ้งตรงใจกับเรื่องราวความรักของเฟย์ แต่เธอเศร้าใจกับเรื่องของตัวเองและแฟนหนุ่ม ที่คบกันมาหลายปีซึ่งกำลังจะมีข่าวดีในไม่ช้า ทว่าเรื่องราวทั้งหมดต้องพังทลายลงชั่วพริบตา เมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มคนสำคัญกลับกลายเป็นเพื่อนสาว ทุกคนโผเข้ามากอดนิดหน่อยคล้ายว่าเป็นการให้กำลังใจ ไม่มีคำใดหลุดออกจากปากของผม แต่สองมือที่กำลังเล่นกีตาร์อยู่นี้ ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป เป็นนัยยะว่า ‘เดี๋ยวมันก็ผ่านไป พรุ่งนี้ฟ้าใหม่ย่อมสดใสเสมอ’ลมทะเลยามค่ำคืนพัดผ่าน ขวดเบียร์สีชาวางเกลื่อนกลาดเต็มหาดทราย คล้ายประติมากรรมชั้นเยี่ยม

รุจเริ่มระบายความอัดอั้นเรื่องงานของเขาออกมาทีละน้อย ที่ทำงานของรุจเต็มไปด้วยการแข่งขัน ที่เข้มข้นตลอดเวลา เขาไม่ใช่คนหัวดีสักเท่าไหร่ จึงต้องพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีที่เท่าที่จะทำได้ อาจไม่ต้องดีที่สุด แต่ขอให้ไม่แย่ที่สุดก็น่าจะพอ สำหรับเขาจริงอยู่ที่การแข่งขันทำให้ทั้งองค์กรและตัวเองพัฒนา ทว่าบางครั้งมันก็เหนื่อยเกินไปที่จะต้องมาแข่งกับคนอื่น แทนที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง หรือมีช่วงเวลาที่ได้หยุดพักในระหว่างทาง

ส่วนโจ ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง โจเป็นหนุ่มผิวเข้มไว้หนวดรุงรัง ใครเห็นก็คงนึกว่าเป็นนักโทษอุกฉกรรจ์ หรือไม่ก็ต้องเป็นโจรป่าห้าร้อยแน่ๆ เรียกได้ว่าใครเห็นใครก็ต้องกลัว ขนาดตอนที่ผมเจอมันแรกๆ ผมยังแทบจะไม่กล้าคุยกับมันเลย แต่ความจริงแล้ว โจเป็นเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่ง และเป็นที่รักของเพื่อนสาวหลายๆ คน เพราะเขามีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่เต็มเปี่ยม อีกทั้งยังมีความคิดความอ่านที่น่าสนใจทีเดียว ทว่าใครหลายคนที่ยังไม่รู้จักโจดีพอ ก็มักจะตัดสินไปก่อนแล้วว่าเขาเป็นคนไม่ดี หรือมีความสามารถไม่มากพอ สิ่งที่โจได้ระบายออกมา ราวกับว่ามันเป็นสิ่งอัดอั้นอยู่ในใจเขามาตลอดทั้งชีวิต ตลอดระยะเวลาที่นั่งฟังเรื่องของเขา

ผมว่าเขาพูดถูก เราไม่ควรเอามาตรฐาน หรือความคิดของตัวเองไปตัดสินใคร เพราะต่างคนต่างมีความคิดและสไตล์ชีวิตกันคนละแบบ ผู้ชายที่เจาะหูรูเบ้อเริ่มก็ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องเป็นเด็กแว้นซ์ คนที่มีรอยสักเต็มตัวก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องเป็นคนขี้คุก หรือคนที่สูบบุหรี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนขี้เหล้าเมายา ขณะเดียวกันคนที่ยิ้มแย้มพูดจาดีก็ไม่ได้หมายความว่า เขาไม่ชอบแทงข้างหลังคนอื่น

ผมเคยอ่านผลงานของนักเขียนท่านหนึ่ง เขาบอกว่า ถ้าอยากรู้ว่าหนังสือเล่มนั้นดีแค่ไหน ทางเดียวที่จะรู้ได้คือจะต้องเปิดอ่าน เช่นเดียวกัน ถ้าอยากรู้จักใครสักคนอย่างลึกซึ้งก็ต้องมองงานที่เขาทำ ซึ่งสำหรับนักสร้างสรรค์ชั้นยอดแล้ว ตัวตนกับผลงานคือสิ่งเดียวกัน แม้โจอาจไม่ได้ดูดีแบบคนพวกนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะวิเศษกว่าโจ หรือคนอื่นๆ ทว่าบางครั้ง บางคนก็เป็นได้แค่เพียง ‘คนรู้จัก’ ของกันและกันเท่านั้น

เรื่องสุดท้ายวนกลับมาที่ผม ในฐานะที่ผมเป็นผู้เล่นดนตรีขับกล่อมทุกคน ผมขอเลือกที่จะไม่เล่าเรื่องของตัวเองดีกว่า เพราะถ้าผมเล่า มือทั้งสองข้างก็ต้องหยุดเล่น ซึ่งจะทำให้บรรยากาศเงียบ ผมจึงเลือกที่จะไม่เล่าเพราะอยากให้บรรยากาศไม่เงียบ ซึ่งทุกคนก็ตกลงตามนั้น บรรยากาศของค่ำคืนนี้มีหลากอารมณ์ ถ้าเปรียบเหมือนก๋วยเตี๋ยวต้มยำหนึ่งชาม ก็คงมีหลายรสชาติ ทั้งเผ็ด เปรี้ยว หวาน ผมว่าช่วงเวลานี้แหละ คือช่วงเวลาที่พวกเราทั้ง 5 คน ได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง แม้อากาศบนชายหาดทางตอนใต้ของทะเลอันดามันจะไม่ได้หนาวจนควันออกปาก แต่เรื่องเล่า เคล้าเสียงเพลงก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นเมื่อรู้ว่าพวกเรายังมีกันและกันยินดีต้อนรับสู่ฤดูรัก ฤดูร้อนสักวันหนึ่งพวกเราจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งตามคำสัญญา ... 

ยินดีต้อนรับสู่ฤดูรัก ฤดูร้อน