will hyde : will hyde diwa การเติบโตสุดเฟี้ยวของศิลปินที่ซื่อตรงต่อตัวเองและคนฟัง

will hyde : will hyde diwa การเติบโตสุดเฟี้ยวของศิลปินที่ซื่อตรงต่อตัวเองและคนฟัง

 

จากการสัมภาษณ์ทางออนไลน์สุดประทับใจเมื่อปีที่แล้ว ระหว่าง MiX Magazine กับ will hyde ศิลปินหนุ่ม นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ชาวออสเตรเลีย สู่การหวนกลับมานั่งจับเข่าคุยกันแบบตัวเป็น ๆ ในสตูดิโออย่างเป็นทางการ เพื่ออัปเดตหลากเรื่องราวชีวิต เจาะลึกตัวตน มุมมองความคิด และการเติบโตสุดเฟี้ยว สะท้อนผ่านผลงานล่าสุดใน EP “when u look into my eyes.” และซิงเกิล “no matter what i do.” ที่พ่อหนุ่มคนนี้ได้กลับมาคอลแลปงานเพลงร่วมกับศิลปินไทยอีกครั้ง

Intro : จากหน้าจอ สู่หน้าจริง (Feels Like Yesterday)

will hyde : ผมรู้สึกดีมากครับที่ได้มาพูดคุยกันอีกครั้ง มันพิเศษมากที่ได้มาอยู่ประเทศไทยครับ บอกตามตรงว่ามันแอบรู้สึกเหลือเชื่อเหมือนกันนะที่ได้มาเจอทุกคนตัวเป็น ๆ ที่นี่ รู้สึกเหมือนเพิ่งคุยออนไลน์กันไปเมื่อวานนี้เองครับ ผมมีความสุขมาก และแทบอดใจไม่ไหวที่จะได้พูดคุยกันแล้ว

Track 1 : ความเดิมจากตอนที่แล้ว (Previously on...)

จากจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ SŸDE คู่หูดูโอ้แนวเพลงอิเล็กทรอนิกส์ สู่การเดบิวต์เป็นศิลปินเดี่ยวในนาม will hyde ด้วยซิงเกิล ‘easy for u.’ หลังจากนั้น will hyde เริ่มทยอยปล่อยผลงานเพลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงซิงเกิล ‘dream. (좋은 분위기)’ ที่เขาทำร่วมกับ YENTED เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินไทยในเวลาต่อมา

will hyde : ผลงานของผมเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพจิตเป็นส่วนใหญ่ ผมเชื่อจริง ๆ ว่าบทเพลงสามารถช่วยชีวิตคนได้ครับ และผมคิดว่าสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมากที่สุดคือประสบการณ์ส่วนตัว เวลาที่มีความสัมพันธ์กับใครสักคนหรือเวลาเลิกกับใคร ผมมักจะแต่งเพลงออกมาได้เยอะมาก ๆ ครับ (อ่าน will hyde : hyde vibe. ศิลปินอินดี้ป็อประดับโลก ผู้เชื่อมั่นว่าดนตรีสามารถฮีลใจและช่วยชีวิตคนได้ ได้ที่ : https://www.mixmagazine.in.th/00015590)

Track 2 : ความอบอุ่นของบ้านหลังที่ 2 (Home Away From Home)

will hyde : ผมตื่นเต้นมากกับการเดินทางมาโปรโมทที่ไทยครั้งนี้ ผมรู้สึกว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของทริปต่อ ๆ ไปในอนาคต ผมได้เจอศิลปินเก่ง ๆ แบบตัวเป็น ๆ ที่นี่มันพิเศษมาก การได้แสดงสดต่อหน้าแฟน ๆ ชาวไทยเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมเลยครับ

will hyde : ที่สำคัญคือผมรู้สึกว่าผมได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นมาก ทุกคนใจดีกับผม ที่นี่เหมือนเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของผมเลยครับ ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับทุกประเทศที่ไปนะ แต่วัฒนธรรมและผู้คนที่ไทยมันทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

Track 3 : When You Look Into My Eyes

will hyde : สำหรับ EP นี้ ผมอยากสำรวจว่าความสัมพันธ์ภายนอกมีผลกระทบต่อเราในฐานะมนุษย์อย่างไร และมันหล่อหลอมตัวตนของเราขึ้นมาแบบไหน ในโปรเจกต์ก่อน ๆ ผมมักจะเน้นเรื่องการสำรวจภายในใจตัวเอง แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่าเป็นโอกาสดีที่จะพูดถึงเรื่องเหล่านี้ครับ รวมถึงเพลงใหม่ “no matter what i do.” ที่ทำกับ D GERRARD ก็มีธีมเรื่องนี้เช่นกัน มันคือก้าวใหม่และการวิวัฒนาการของผมครับ

will hyde : ผมเริ่มตระหนักถึงผลกระทบจากคนรอบข้างในช่วงปีที่ผ่านมาครับ มันมีผลต่อการเติบโตของเรามาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์แบบเพื่อนและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากครับ ในตอนที่เขียนผมแค่เขียนสิ่งที่รู้สึกว่าเป็นธรรมชาติที่สุด และหาคนมาร่วมงานที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวนี้ได้ดีที่สุดครับ

Track 4 : เมด อิน ไทยแลนด์ (Music Inspire)

will hyde : การได้ทำเพลง ปล่อยเพลง รวมถึงการได้รับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ถือเป็นเรื่องที่ดีเสมอครับ ผมรู้สึกขอบคุณ D GERRARD และศิลปินคนอื่น ๆ ที่เปิดใจร่วมงานกับผม โดยเฉพาะคนที่ผมชื่นชม การได้เห็นอิทธิพลทางดนตรีของแต่ละคนที่สะท้อนออกมาในเพลงที่ทำร่วมกันมันเจ๋งมาก ทุกคนมีภูมิหลังทางดนตรีที่ต่างกันตามประเทศของตัวเอง พอนำรวมกัน ผลลัพธ์ที่ได้มันเลยยูนิคกว่าสิ่งที่ผมเริ่มทำไว้ตอนแรกครับ สิ่งสำคัญคือการปล่อยให้ศิลปินเหล่านั้นได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ในเพลงของผมครับ

will hyde : เสริมอีกนิดนะครับ บางคนสงสัยว่าทำไมผมถึงสนใจดนตรีฝั่งเอเชีย ตั้งแต่ผมได้เจอศิลปินเจ๋ง ๆ ในเกาหลี ผมก็เริ่มฟังเพลงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย และผมตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับศิลปินไทยตั้งแต่ที่เราคุยกันครั้งล่าสุด ที่นี่มีคนมีความสามารถเยอะมาก ผมตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับศิลปินไทยที่มีสไตล์ดนตรีที่เท่ และน่าจะไปได้ไกลในระดับโลกครับ

will hyde : ที่ประเทศไทยมีหลายอย่างมากครับที่โดดเด่น อย่างแรกเลยคือเรื่องแฟชั่น ทุกคอนเสิร์ตที่ผมไปเล่น โดยเฉพาะเมื่ออาทิตย์ก่อน คนดูทุกคนแต่งตัวเท่มาก เท่จนผมรู้สึกว่าพวกเขาควรขึ้นไปอยู่บนเวทีเองเลยนะ ส่วนเรื่องดนตรี ศิลปินอย่าง LANDOKMAI หรือ D GERRARD พวกเขามีเมโลดี้ที่ผมไม่เคยนึกถึงมาก่อนหากเทียบกับเพลงป็อปใน

ออสเตรเลีย ผมรู้สึกว่าเมโลดี้มันก้าวข้ามกำแพงภาษาได้เหมือน K-Pop ประเทศไทยมีเมโลดี้ที่ยูนิคมาก และนั่นคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผมครับ

Track 5 : เคมีสุดเฟี้ยว (D GERRARD)

will hyde : การร่วมงานกับ D GERRARD มันเจ๋งมากครับ ผมเจอเขาครั้งแรกที่เทศกาลดนตรี เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมอยากร่วมงานกับเขา ผมไม่เคยเห็นศิลปินคนไหนแสดงสดแล้วทำให้ผมอยากร่วมงานด้วยทันทีแบบนี้มาก่อน พอกลับไป LA ผมก็คิดเพลงขึ้นมาเพื่อจะคอลแลปกับเขาโดยเฉพาะ และพอเขาตอบตกลง ผมรู้สึกเหมือนติ๊กถูกใน Bucket list เลยครับ เขาเก่งทั้งเรื่องดนตรีและวิชวล ตอนถ่าย MV เขาก็ช่วยกำกับเรื่องมุมกล้องและการเล่าเรื่องในคลิปสั้น ๆ ด้วย เป็นคนที่มีสัญชาตญาณความเป็นศิลปินสูงมากครับ

MiX Magazine : มีเรื่องตลก ๆ ระหว่างทำงานด้วยกันมั้ย

will hyde : มีเยอะเลยครับในกอง MV อย่างแรกคือเสียง “ปิกาจู!” ในเพลงครับ D GERRARD เขาส่ง Voice Memo เสียงนี้มาให้ผม ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะออกมาเป็นยังไง แต่ผมปล่อยให้เขาใส่ไอเดียเต็มที่ ผลคือผมชอบมากจนเอาไปใส่ไว้ทุกส่วนของเพลงเลย อีกเรื่องคือเขาเป็นเหมือนพี่ชายที่ให้คำแนะนำผมเรื่องอาหารครับ ผมเคยมาแค่กรุงเทพฯ แต่เขาพูดถึงอาหารภาคใต้ที่เผ็ดมาก ๆ ให้ฟัง ผมเลยอยากลองไปสัมผัสเมนูอาหารภาคอื่น ๆ ในไทยบ้างครับ

will hyde : อีกโมเมนต์ที่ผมชอบคือเราชวนคนแถวนั้นมาเข้าฉาก MV ด้วย ผมชอบเห็นปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ครับ มีพี่วินจักรยานยนต์จำ D GERRARD ได้ แล้วเดินเข้ามาคุย เราเลยจับเขามาอยู่ใน MV ซะเลย มันเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมากครับ

Track 6 : ปลดล็อกสกิลใหม่ (no matter what i do.)

will hyde : ผมต้องมองตัวเองในมุมใหม่ครับ ปกติผมจะเป็นแนวนักร้องนักแต่งเพลง แต่พอได้เห็น D GERRARD, BLVCKHEART หรือศิลปิน R&B ไทยคนอื่น ๆ ผมก็ได้แรงบันดาลใจกลับมา ความท้าทายที่สุดคือเรื่องของจิตใจครับ ผมต้องสร้างความมั่นใจที่จะถ่ายทอดมันออกมา ผมไม่จำเป็นต้องดูเป็นศิลปิน R&B ที่สแวกตลอดเวลา แต่ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมชอบ และเชื่อว่าคนอื่นก็จะชอบมันด้วยครับ มันสดใหม่มากที่ได้เปลี่ยนสไตล์มาเป็นแนว Indie Pop R&B ในช่วงเวลานี้

will hyde : นอกจากท่อน “Pikachu” แล้ว ผมชอบท่อน Post-Chorus ครับ ที่ร้องว่า “Bangkok to Seoul, I’ll show you how I do” เพราะช่วงปีที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปโปรโมตทั้งที่เกาหลีและไทยบ่อยมาก มันเลยอินเป็นพิเศษ และอีกท่อนคือ “Independent woman” ผมมองว่าไม่ว่าเพศไหนหรือทำอาชีพอะไร การโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองทำเป็นเรื่องสำคัญมากครับ

Track 7 : ขอให้ถูกหวยครับ! (Buzzword)

will hyde : ครั้งแรกที่มาไทย ผมเห็นคนถือแผงลอตเตอรี่แล้วผมไม่รู้ว่าคืออะไร เพื่อนศิลปินไทยเลยอธิบายให้ฟังว่ามันคือลอตเตอรี่ แล้วเขาก็แนะนำว่า “นายลองพูดคำนี้ในโชว์สิ คนไทยน่าจะชอบ” ผลคือคนชอบมากจริง ๆ ครับ ผมเลยชอบคำนี้มากและเอามันไปใส่ใน Bio Instagram และในเนื้อเพลงด้วยครับ (รักคุณเหมือนผมถูกหวย)

will hyde : นอกจากนี้มีคำไทยเยอะเลยครับที่เพื่อน ๆ สอนมา โคตรเฟี้ยว, ดิวะ, เจอกันวัยรุ่น, สคิบิดี้, 67, ที่รัก, สาธุ, เริ่ด, แซ่บ, รักคุณเหมือนผมถูกหวย

Track 8 : จำฉันวันนี้ (Honest)

will hyde : ผมอยากให้คนจดจำในฐานะศิลปินที่ “ซื่อตรง” (Honest) ครับ อยากให้เพลงของผมฮีลใจและสะท้อนตัวตนของผู้ฟังได้ และอยากให้เพลงของผมเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง แม้เราจะมีความต่างกัน แต่เราต่างก็ดิ้นรนเพื่อค้นหาตัวเองเหมือนกัน ผมอยากบอกว่า คุณมีแค่คนเดียวในโลก อย่ากดดันตัวเองให้ต้องเป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็น ถ้าคุณมีความฝัน จงทำมัน นั่นแหละคือสิ่งที่เฟี้ยวที่สุดครับ

Outtro : แล้วเจอกันใหม่ ที่ใด ที่หนึ่ง (See You Somewhere)

will hyde :  สวัสดีครับทุก ๆ คน ขอให้ถูกหวยครับ ผมหวังว่าทุกคนจะชอบเพลงใหม่ ฝากติดตามผมในทุกช่องทาง @iamwillhyde และผมดีใจมากที่มีคนชอบเพลง “dream.” และ “eyes off u.” ขอบคุณที่รับฟังเพลงของผมนะครับ แม้แต่ EP ใหม่นี้ “when u look into my eyes.”  ผมก็ตื่นเต้นมากที่จะได้ฟังผลตอบรับจากทุกคน รวมถึงฟังเพลง “no matter what i do.” ที่ทำกับ D GERRARD แล้วรู้สึกยังไง DM มาบอกผมได้เลยนะ เจอกันวัยรุ่น!

will hyde : will hyde diwa การเติบโตสุดเฟี้ยวของศิลปินที่ซื่อตรงต่อตัวเองและคนฟัง