Medalled Her Life น้ำผึ้ง มนสิชา สกุลรัตนธารา
น้ำผึ้ง มนสิชา สกุลรัตนธารา นักกีฬาสาวเจ้าเหรียญรางวัลแห่งวงการคาราเต้ไทย กับการสลัดลุคถ่ายแบบ Mini Fashion ครั้งแรกในคอลัมน์ Winning Aura พร้อมเปิดใจนั่งสัมภาษณ์เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตบนเส้นทางสายกีฬา ตั้งแต่จุดที่มืดมนที่สุด สู่จุดที่แสงสว่างกำลังค่อย ๆ ส่องถึงเธอ อันเป็นผลพวงจากความมุ่งมั่นและพยายามอย่างไม่มีย่อท้อตลอดระยะเวลาหลายสิบปี
จุดเริ่มต้นเส้นทางนักคาราเต้
คาราเต้มันเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลังเลิกเรียนของทางโรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ตค่ะ จริง ๆ ตอนแรกแม่จะให้ไปเรียนดนตรีไทย แต่เราดันสะดุดตากับคำว่าคาราเต้ อยากรู้ว่ามันคืออะไร สุดท้ายก็เลยแก้กิจกรรมจากดนตรีไทยมาเป็นคาราเต้แทน (หัวเราะ) ตอนเริ่มเรียนเราได้ลองทั้งประเภทท่ารำ (Kata) และต่อสู้ (Kumite) เลยนะ แต่มาค้นพบว่าตัวเองถนัดทางด้านท่ารำมากกว่า หลังจากนั้นก็ฝึกเรื่อย ๆ จนได้ไปคัดตัวเยาวชนและติดทีมชาติค่ะ

การต่อสู้ที่ต้องชิงความเร็ว
เสน่ห์ของคาราเต้คือการชิงความเร็วกันว่าใครเร็วกว่า เพราะในการต่อสู้เราจะใช้แรง 100% แต่ไม่ทำให้คู่ต่อสู้น็อก ไม่อย่างนั้นคนที่ทำจะเป็นฝ่ายแพ้ทันทีค่ะ เราอาจสามารถสัมผัสหน้ากันได้เล็กน้อยในรุ่นประชาชน แต่เมื่อไหร่ที่เลือดออกหรือปากแตก กรรมการจะต้องเช็คดูว่าฝั่งที่โดนกระทำเขาแกล้งเจ็บหรือเปล่า รวมถึงฝ่ายที่กระทำเขาตั้งใจใส่แรงด้วยหรือเปล่า ถ้าฝ่ายไหนผิดก็โดนฟาวล์ไปเลย
ส่วนคาราเต้ท่ารำต้องแข็งแรง นิ่ง และใช้สมาธิมากเพราะเราต้องจำท่ารำเยอะค่ะ แล้วแต่ละท่าที่ใช้แข่งขันก็ไม่ซ้ำกันเลยด้วย ดังนั้นความท้าทายอีกอย่างคือเราต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ แม้จะฝึกซ้อมอย่างตั้งใจและทุ่มเท แต่ไปถึงหน้างานจริงก็ยังต้องควบคุมสติเพื่ออยู่กับตัวเองให้มากที่สุด
เหรียญรางวัลเพื่อคนสำคัญ
แมตช์ประทับใจที่สุดในชีวิตคือตอนไปเอเชียนเกมส์ 2018 ค่ะ มันเป็นครั้งแรกในชีวิตเลย ซึ่งเราก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะคว้าเหรียญมาต่อให้รู้ว่ามันยากมาก ๆ บวกกับช่วงนั้นตรงกับวันเกิดของแม่ด้วย เรายิ่งตั้งใจสุด ๆ ที่จะเอาเหรียญกลับมาเป็นของขวัญวันเกิดให้แม่ แล้วก็ทำสำเร็จจริง ๆ (ยิ้ม)
‘แม่’ คือแรงผลักดันในชีวิต
เมื่อไหร่ที่ท้อหรือเหนื่อยเราจะคิดถึงแม่ เรามีแม่เป็นไอดอลและแรงผลักดัน เรามองว่าแม่ยังแกร่งขนาดนั้นแล้วตัวเองจะท้อได้ยังไง บวกกับมีเพื่อนสนิทที่คอยเป็นกำลังใจให้กันตลอดด้วยก็เลยได้พลังบวกจากตรงนั้นมาเยอะมาก ๆ เพราะอันที่จริงมันจัดการได้ไม่ 100% หรอกค่ะ ยังไงความเครียดกับความกดดันก็ยังคงอยู่แค่เราต้องคุมตัวเองให้ได้ บางครั้งที่รู้สึกกดดันจากการแข่งขันอาจจะต้องคิดแล้วว่าทำยังไงดี ดูคลิปวิดีโอไหม? หาอะไรทำที่มันคลายเครียดไหม?
แพ้... แต่ไม่คิดอยากถอย
แต่หลังจากได้เหรียญเอเชียนเกมส์มามันก็เหมือนเราแข่งแล้วแพ้บ่อย ๆ เราทำเต็มที่แต่ก็ยังแพ้ แพ้ แพ้ตลอดจนมันท้อ เริ่มรู้สึกว่าหรือถึงทางตันแล้วนะ บวกกับเจอปัญหาภายในหลาย ๆ อย่างด้วยยิ่งทำให้คิดว่าไม่อยากเล่นแล้ว แต่สุดท้ายก็ถามใจตัวเองว่ายังอยากประสบความสำเร็จในด้านกีฬาอย่างที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า ถ้าตอบตัวเองได้งั้นไปกันต่อ

พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่
เป้าหมายสูงสุดคือเหรียญทองซีเกมส์ค่ะ เราไปแข่ง 5 ครั้งได้เหรียญทุกครั้งแต่ยังไม่ได้เหรียญทองสักที แล้วถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้เหรียญเอเชียนเกมส์อีกครั้งหนึ่งด้วย คิดว่าก่อนที่จะรีไทร์ไป ถ้าร่างกายยังไหว ใจยังไหว เราก็จะทำต่อค่ะ
กายไหว ใจไหว ยังไงก็ไปต่อ
เคยคิดไว้ว่าจะเลิกเล่นตั้งแต่อายุ 25 แต่ตอนนี้อายุ 28 แล้วก็ยังไม่ได้เลิกเล่นนะ (หัวเราะ) เพราะเรายังมีเป้าหมายของตัวเองอยู่ ทำให้ไม่ได้คิดว่าพอถึงอายุเท่านั้นเท่านี้จะเลิกอะค่ะ แค่ทำตามเป้าหมายของตัวเองไป อาจจะมีวันที่ได้เหรียญทองซีเกมส์แล้วอยากทำต่ออีกก็ได้ มันอยู่ที่ร่างกายและจิตใจของตัวเองเลย ดังนั้นเราคงตอบไม่ได้หรอกว่าจะรีไทร์เมื่อไหร่ แล้วหลังจากรีไทร์ไปอาจกลับไปอยู่บ้าน เปิดธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง เปิดยิมสอนเด็กต่อ หรือเป็นโค้ชทีมชาติก็ได้ใครจะรู้
ความมุ่งมั่นที่ไม่เคยเปลี่ยน
ถ้าถึงวันที่เรารีไทร์ไปแล้ว อยากจะให้คนจดจำเอาไว้ว่า ‘น้ำผึ้ง มนสิชา’ เป็นนักกีฬาที่มีความมุ่งมั่น พยายาม และสู้ไม่ถอย เพราะแม้จะล้มหรือแพ้ น้ำผึ้งก็ยังคงสู้เพื่อไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้เสมอค่ะ

สลัดลุคถ่าย Mini Fashion ครั้งแรก
ด้วยความที่เราเป็นนักกีฬา ไม่เคยได้แต่งตัวเยอะแยะเพื่อถ่ายแบบแบบนี้ ตอนแรกก็เลยเกร็งเพราะกลัวพี่ ๆ ทีมงานจะทำงานยาก แต่ว่าทุกคนน่ารักและใจเย็นกับเรามากค่ะ รูปที่ออกมาก็สวยมาก รู้สึกชอบเลย ต้องขอฝากเอาไว้ด้วยนะคะ คอลัมน์ Winning Aura กับน้ำผึ้ง มนสิชา รับรองว่าจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ แน่นอน รอติดตามกัน (ยิ้ม)
ขอขอบคุณสถานที่ ร้าน T-REX'S Gastrobar เจริญนคร 64 กรุงเทพฯ



