สวัสดี ...

สวัสดี ...

การศึกษาในแต่ละช่วงวัยล้วนมีความทรงจำที่แตกต่างกันออกไป ทั้งพบเจอกับช่วงเวลาของความสุขใจ ช่วงเวลาที่ทุกข์ใจ และช่วงเวลาของมิตรภาพจากเพื่อนสนิทมิตรสหายที่เรียกได้ว่า ตลอดระยะเวลาครึ่งชีวิตของมนุษย์ทุกคนต้องพบเจอกับเรื่องราวมากมาย สำหรับผมแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ตลอดมาจากการศึกษา 

ตัวผมคือบัณฑิตที่เพิ่งจบใหม่รับปริญญาไปหมาดๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นแล้วช่วงเวลาที่ผ่านมาสำหรับผมนั้น ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากมายอย่างยิ่ง มันมีค่าถึงขนาดที่รู้สึกว่าแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าไร ผมจะไม่มีวันลืมเรื่องราวชีวิตในรั้วมหาลัยได้อย่างแน่นอนครับ 

ช่วงเวลาในปีที่ 1 ของผมในรั้วมหาวิทยาลัยล้วนแล้วแต่พบเจอสิ่งใหม่ๆมากมายเต็มไปหมด การเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างนั้นเกิดขึ้นในปีนี้ เริ่มจากการใช้ชีวิตที่ถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไล่เรียงเรื่องราวคร่าวๆ มาตั้งแต่การเข้าแถวเคารพธงชาติที่เคยทำในสมัยเรียนตอนเด็กๆ ก็เริ่มขาดหายไปอย่างชัดเจนหรือจะเป็นการใช้ชีวิตอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยที่เริ่มได้เรียนรู้การอยู่คนเดียวและรู้จักควบคุมตัวเองให้ไปเรียนตรงตามเวลาที่ถูกกำหนดไว้โดยไม่มีใครมาสั่งเหมือนสมัยเด็กๆ ทุกสิ่งล้วนใหม่มากๆ สำหรับผม พร้อมทั้งเรื่องสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ การได้พบเจอกลุ่มเพื่อนใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันทำให้ผมรู้สึกว่า การจะเข้าสังคมในปัจจุบันไม่ว่าจะสังคมใดก็ตามล้วนแล้วแต่ต้องถูกละลายพฤติกรรมของแต่ละคนให้หมดไปทั้งสิ้น 

กิจกรรมที่ทำให้คนเรารู้จักกันอย่างรวดเร็วได้มากที่สุดในรั้วของมหาวิทยาลัยแล้วก็คงจะหนีไม่พ้น กิจกรรมประชุมเชียร์ ที่ต่างคนต่างมาเจอกันทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องปลูกฝังความรักมหาวิทยาลัยไปในตัวด้วยวิธีนี้ ซึ่งผลตอบรับที่ได้มาสำหรับตัวผมคือ กิจกรรมนี้มันทำให้ได้เราได้รู้จักรุ่นพี่มากขึ้นกว่าเดิม ได้รู้ในเรื่องราวของประวัติมหาวิทยาลัย เพลงประจำมหาวิทยาลัยและที่สำคัญคือ การได้รับมิตรภาพดีๆ กลับมามากมายอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าอาจจะมีคำกล่าวอ้างจากที่อื่นๆ มาบ้างก็ตามว่าการรับน้องและการเข้าประชุมเชียร์ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เครียดและกดดัน แต่หากวันใดก็ตามที่รุ่นพี่รู้ว่าควรสอนอะไรให้กับรุ่นน้อง และรุ่นน้องควรเชื่อฟังในคำสั่งสอนของรุ่นพี่ วันนั้นสิ่งมีค่ามากมายต่างๆ ก็จะปรากฏให้รุ่นน้องได้เห็น และนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องสืบทอดต่อกันไปเป็นรุ่นๆ โดยอัตโนมัติเอง  

การเจริญเติบโตของคนเรานั้นล้วนมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นไปเรื่อยๆ จากความเป็นเด็กในวันนั้น ส่งต่อผ่านเรามาสู่ในการเริ่มก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ จากช่วงระยะเวลาที่เป็นเด็กเฟรชชี่เดินสวัสดีรุ่นพี่ ทุกคนสู่ช่วงเวลาของการเป็นพี่ปี 2 ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้มีประสบการณ์มาบ้างแล้วในหลายๆ เรื่อง การเป็นพี่ นอกจากจะต้องทำตัวให้รุ่นน้องเคารพเชื่อถือในตัวเราแล้ว อีกหนึ่งบททดสอบที่เข้ามาก็คืองานหรือการบ้านที่มากขึ้นตามชั้นปี เพื่อนหลายๆ คนบ่นถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และตั้งคำถามถึงความรื่นเริงที่อาจหายไปในช่วงชีวิตนี้ แต่ผมกลับคิดอีกแง่หนึ่งที่ต่างออกไปว่า ถ้าคนเราไม่เคยรู้จักความยากลำบากในการทำงานมาก่อนแล้วต่อไปในการใช้ชีวิตบนโลกแห่งความจริงนั้นเราจะเกิดความพร้อมได้อย่างไร มันจึงทำให้ผมรู้สึกมีภูมิต้านทานในเรื่องของการทำงานตั้งแต่ช่วงระยะเวลาที่เรียนอยู่ปี 2 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  

ประสบการณ์ที่ถูกสั่งสมจากการเรียนก็ดี การทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยก็ดี มันทำให้ผมเริ่มมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ระยะเวลาที่เริ่มเหลือน้อยลงเรื่อยๆ ของการใช้ชีวิตในรูปแบบของนักศึกษาได้มาถึงการเปลี่ยนถ่ายจากนักศึกษาสู่มนุษย์ทำงาน ภาพที่ผมมองเห็นเริ่มชัดเจนขึ้นช่วงระยะเวลาในการศึกษาช่วงปี 3-4 ในรั้วมหาวิทยาลัย ผมมักตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า สุดท้ายแล้วที่เราเรียนจบไป เราจะทำงานอะไร จะหาเลี้ยงครอบครัวได้รึเปล่า ? 

คำถามเหล่านี้วนเวียนมาหาผมแทบทุกวัน จนเรารู้สึกว่าการเรียนมันเครียดขนาดนี้เลยหรือ ? แต่คำตอบที่ผมได้ก็คือเมื่อเราไม่ลองแล้วเราจะรู้มั้ย ผมจึงทำการลองมาตลอดทั้งการลองที่ผิดและการลองที่ถูก ผมลองในขนาดที่ว่า ยอมทำในอาชีพที่ตัวเองรู้สึกไม่ชอบจนรู้สึกว่าต่อให้เราทำให้ตายยังไงเราก็ไม่มีทางเหมาะสมกับอาชีพนี้หรอก หรือจะลองทำในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกถนัดและชื่นชอบ จนผลสุดท้ายก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ บางครั้งหลายๆ สิ่งที่ตัวของเราคิดเองนั้นก็อาจจะถูกและไม่ถูกเสมอไปก็ได้ แต่สิ่งที่มันจะอยู่กับเราตลอดไปนั้นก็คือประสบการณ์ที่จะค่อยสอนเราให้โตขึ้นและทำให้เราแข็งแกร่งมากขึ้น 

การฝึกงานเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนุก และเป็นประสบการณ์ที่นักศึกษาแต่ละคนจะพบเจอแตกต่างกันออกไป บางคนก็รู้สึกฝึกแล้วสนุกสนาน บางคนต่างก็พบเจอกับเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่ใช่กับสาขาอาชีพที่ต่างกันไป แต่สำหรับผมแล้วการฝึกงานได้สอนอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง สอนให้ผมได้รู้จักความอดทนกับสิ่งที่รักว่า “ถึงแม้เราจะไม่ได้ทำในตำแหน่งที่เราชอบอย่างเต็มตัว แล้วเราจะยังรู้สึกชอบและรักในเรื่องที่เราสนใจอยู่รึเปล่า?”

แน่นอนว่าผมได้คำตอบนั้น ...

ผมได้เรียนรู้ถึงการทำงานในรูปแบบของมนุษย์เงินเดือนที่การทำงานหลังจากนี้จะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว ทุกสิ่งคือความจริงที่นักศึกษาจบใหม่ต้องพบเจอ อย่างไรก็ตามจากการฝึกงานในช่วงปี 4 ปีสุดท้ายของผมนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่า การเติบโตของผมมันมาถึงจุดที่พร้อมแล้วจะออกไปเผชิญสู่โลกของความเป็นจริงที่น่าตื่นเต้นแล้วแหละ

ช่วงเวลาของการเป็นนักศึกษา ... มันคือช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่ในวันนี้หลายๆ คนโหยหวนคิดถึงมัน คิดถึงวันเวลาที่ดีที่เคยร่วมฝ่าฝันมากับเพื่อนๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเราไม่สามารถหยุดเวลาให้อยู่กับที่ได้ แต่เราสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวได้ตลอดเวลาอยู่เสมอ มันจึงไม่แปลกที่จะมีคำที่กล่าวไว้ว่า การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะหากวันใดที่มันสิ้นสุดลงแล้ว วันนั้นแหละคือวันที่คุณหมดไฟที่จะก้าวต่อไปอย่างมีความสุข สิ่งที่ผมอยากบอกพวกคุณนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในตอนนี้คือ 

“เมื่อคุณพร้อมแล้ว เราขอยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงครับ” 

โลกแห่งความจริง