ถิรชนม์ ธเนศเดชสุนทร

ถิรชนม์ ธเนศเดชสุนทร

โครงการแรก D’65 ตอนนี้ขายหมดแล้วครับ ปิดโครงการไปเรียบร้อยในเวลาปีกว่า ส่วน D’25 เป็นโครงการที่เราลงทุนซื้อที่เอง ตอนนี้มียอดขายไปแล้วห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี แม้เศรษฐกิจอาจไม่ได้โตเหมือนแต่ก่อนก็ตาม

 

คุณป่าน-ถิรชนม์ ธเนศเดชสุนทร รองกรรมการผู้จัดการบริษัทดีเวล แกรนด์แอสเสท จำกัด ผู้ที่วางแผนการขายและการตลาดร่วมกับพี่ชาย คุณปอ-ถวนันท์ ธเนศเดชสุนทร เล่าให้เราฟัง ทั้งคู่ช่วยกันปลุกปั้นคอนโดทั้งสองแห่งนี้ขึ้นมา แม้จะมีบุคลิกและแนวคิดบางอย่างที่แตกต่างกันบ้าง แต่กลับเป็นข้อดีที่จะทำให้คอนโดออกมาถูกใจลูกค้ามากที่สุด

 

ผมกับพี่ชายเป็นคนชอบอสังหาฯ และการออกแบบอยู่แล้ว พอดีมีจังหวะได้พบกับผู้ใหญ่หลายท่านที่เคยทำงานด้านนี้ก็เลยร่วมงานกัน ผมกับพี่ชายจะมีความแตกต่างกันมาก แต่ความแตกต่างนี้ทำให้การทำงานออกมาสมบูรณ์ อย่างพี่ชายเขาจะเป็นผู้ใหญ่กว่าผม มีความสุขุม ส่วนผมจะดูสบายๆ ส่วนเรื่องความเห็นอาจไม่ตรงกันเสมอไป จะมองคนละแบบ แต่ก็จะผสมผสานกันมีอาจารย์คนหนึงที่สอนผมเขาบอกว่า ถ้าหากว่าคนเรามีความเห็นเหมือนกันตลอด อีกคนหนึ่งจะไร้ค่า ใช้เพียงคนเดียวก็พอ

 

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาทำงานด้านการบริหาร คุณป่านเคยทำงานเป็นอินทีเรียร์ ดีซายเนอร์ นอกจากนี้เขายังเคยมีตำแหน่งเป็นถึงนักวิเคราะห์การลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จากประสบการณ์ทั้งสองด้านนี้ เมื่อเข้ามาทำงานเป็นผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ เขาก็สามารถมองเห็นแทบทุกอย่างในสายงานนี้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้สามารถรับรู้เรื่องราวได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านใครหลายคนให้เสียเวลา

 

ถ้าเป็นที่อื่น เขาคงจะมีทีมมาคอยดูแล แต่ดีเทลที่มีทีมผู้ออกแบบมานั่งดูกับมีผู้บริหารมานั่งดู ผมว่าอาจจะมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบที่แตกต่างกัน แต่เราสามารถมองแล้วรู้เลยว่าอะไรคืออะไร บางคนอาจมองในแง่นักธุรกิจอย่างเดียว แต่ผมอยากให้มันบาลานซ์กันทั้งคู่ระหว่างงานดีซายน์และธุรกิจ ผมอาจจะไม่ได้เน้นธุรกิจมากเกินไป ถ้าหากทำออกมาแล้วลูกค้าอยู่ไม่ได้ แนวทางของผมคงต้องเน้นลูกค้ามาก่อน แล้วการออกแบบที่พักเรามองถึงเรื่องของการใช้สอยที่ดี เราไม่อยากให้มันออกมาแล้วดูอึดอัดเราเน้นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อทำให้ลูกค้าอยู่ได้สบาย

 

จุดเด่นของเรา ผมคิดว่ามันอยู่ตรงโลเกชั่นทองหล่อ 25 ตามความตั้งใจของบริษัท เราไม่ได้ต้องการทำโครงการใหญ่มากแต่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เงียบสงบในการพักอาศัยได้จริง และยังสะดวกต่อการเดินทาง จึงเหมาะกับการอยู่อาศัยเอง หรือแม้แต่การลงทุนก็ตาม อย่างการปล่อยเช่าให้คนต่างชาติ ตอนนี้ที่เราขายส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย แต่ถ้าเป็นต่างชาติจะเป็นญี่ปุ่นที่ซื้อไป ซึ่งก็น่าจะถูกใจเขา

 

ในการทำงานของเขาย่อมประสบปัญหาต่างๆ มากมาย อาทิ เรื่องของวัสดุก่อสร้างที่มีราคาแพงกว่าสมัยก่อน ปัญหาสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือแม้แต่ปัญหาทางเรื่องของกำหนดระยะเวลาการทำงาน แต่เขาก็สามารถฝ่าฟันสิ่งเหล่านี้ให้ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี

 

เรื่องของเศรษฐกิจ ถ้าต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง จะไม่กระทบเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นการซื้อเพื่อลงทุนเก็งกำไร จะมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ว่าการลงทุนด้านอสังหาฯ เมื่อเทียบกับการลงทุนในด้านอื่น อย่างน้อยตัวมูลค่าของมันไม่มีตกอย่างแน่นอน  ผมว่าความท้าทายมันอยู่ที่เราจะสร้างความแตกต่างระหว่างโครงการเรากับโครงการอื่นได้อย่างไร เรามีประสบการณ์มากขึ้นตั้งแต่โครงการแรก เรารู้รายละเอียดเล็กน้อยๆ ทั้งในเรื่องการออกแบบ ทั้งในเรื่องการทำงานว่าอะไรดีอะไรไม่ได้ จากผลตอบรับของลูกค้าในการช่วยปรับตรงนั้นตรงนี้ อย่างคอมเพรสเซอร์ของแอร์เรากทำแบบหนึ่ง แต่ลูกค้าแนะนำให้หันไปอีกด้านซึ่งก็อาจจะดีกว่า

 

ส่วนเรื่องของอนาคต ผมคิดว่าตัวเองคงยังจะอยู่ในวงการอสังหาฯ เหมือนเดิม ตอนนี้เรากำลังมีแผนงานในปีหน้าอีกว่าจะทำหมู่บ้านจัดสรร เราอยากกระจายให้มีทุกรูปแบบ โดยโครงการนี้เราจะไปเทคโอเวอร์เพื่อนำมาปรับปรุง ส่วนถ้ามองไปไกลกว่านั้นผมก็ไม่ปิดกั้นว่าจะทำอะไรต่อ แต่ก็สนใจเรื่องธุรกิจการดูแลสุขภาพ เพราะเดี๋ยวนี้คนเราหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นครับ

 

Know Him!

>> คุณป่านจบปริญญาตรีสาขา Retail Design Management (เกียรตินิยม) จาก London  College of Communications และสำเร็จปริญญาโททางด้านบริหารจัดการธุรกิจ  สาขาการตลาดและการเงิน จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

>> สมัยที่ทำงานเป็นอินทีเรียร์ ดีซายเน่อร์ เขาทำงานอยู่ในบริษัทสถาปนิกอันดับต้นๆ ของเมืองไทย อย่าง บริษัทดวงฤทธิ์ บุนนาค จำกัด

>> ถึงแม้คุณป่านจะดูเหมือนเป็นนักธุรกิจเต็มขั้น แต่กีฬาที่ชื่นชอบสำหรับเขาก็คือมวยไทย  ถึงขนาดที่ไปหัดเรียนอย่างจริงจัง

ที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ในเมืองคงจะหนีไม่พ้นคอนโดมิเนียม