ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ผ่านไปไวเหมือนโกหกนับจากรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แซมบ้า 2014 เมื่อเดือนที่แล้ว เพราะเดือนนี้ฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรปฤดูกาล ปี 2014 - 2015 จะกลับมาเตะอีกครั้ง หลังจากที่คอบอลต่างประเทศว่างจากการดูลีกใหญ่ไปถึงหนึ่งเดือนเต็ม จะว่านานก็นาน จะว่าไม่นานก็ไม่นาน ...

แน่นอนลีกอันดับหนึ่งในใจคนไทยต้องเป็นพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่จะเริ่มต้นนัดแรกในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ซึ่งแฟนบอลชาวไทยที่บ้านเป็นสมาชิกของ CTH ก็ดูได้ตามปกติเหมือนเดิม เพราะลิขสิทธิ์ยังเหลืออีก 2 ปีด้วยกัน

สำหรับทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นในปีนี้ 3 ทีมประกอบไปด้วย เลสเตอร์ ซิตี้ เบิร์นลีย์ และ ควีนปาร์ก เรนเจอร์ โดยสองทีมที่น่าจะคุ้นหูคุ้นตาคอบอลชาวไทยอยู่แล้วคือ เลสเตอร์ กับ ควีนปาร์ก เนื่องจากเคยเล่นอยู่ในลีกสูงสุดแล้วตกชั้นลงไปไม่กี่ปี แต่ เบิร์นลีย์ นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีก

ยิ่ง เลสเตอร์ ซิตี้ หนึ่งในน้องใหม่เป็นสโมสรของคนไทย มีเจ้าของคือคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของกลุ่มบริษัทคิง พาวเวอร์ที่ซื้อสโมสรเมื่อสองปีที่แล้วตอนอยู่ในลีกแชมเปี้ยนส์ ชิพ ทำให้เป็นอีกหนึ่งสีสันและเป็นทีมที่แฟนบอลชาวไทยเอาใจช่วยนอกจากทีมโปรดของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ให้ตกชั้น หรือบางทีอาจจะกลายเป็นทีมโปรดไปเลยก็ได้

อย่างไรก็ตามทีมที่น่าจะลุ้นแชมป์ยังเป็นเรือใบสีฟ้าแมนฯ ซิตี้ ที่งานหนักกว่าทีมอื่นจากคำกล่าวที่ว่า “เป็นแชมป์นั้นยากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์นั้นยากกว่า” เชื่อแน่ว่าความกดดันต่างๆ นอกจากอุปสรรคจากคู่แข่งในลีกมีมากกว่าเดิมแน่ ถือว่าเป็นการทดสอบกึ๋นของ มานูเอล เปเยกรีนี่ โค้ชชิลีของทีม แม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณในการทำทีมแต่ปัญหาอยู่ที่เป้าหมายที่สูงเหลือเกิน

รองแชมป์ฤดูกาลที่แล้วหงส์แดงลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ บีร็อด เบรแดน ร็อดเจอร์ สามารถสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลรวมทั้งเหล่าสาวกเดอะค็อปบางคนด้วยซ้ำ ที่ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมาดีเกินความคาดหมาย ลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้าย ถึงจะพลาดไป ก็ยังมาเกินเป้าและได้กลับไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีเลยทีเดียว เป้าหมายที่หวังไว้อาจจะเป็นผลจากฤดูกาลที่แล้วคือลุ้นแชมป์ หรืออย่างน้อยต้องติดท็อปโฟร์

เชลซี ของ โจเซ่ มูรินโญ่ ไม่มีข้ออ้างใดๆ ในฤดูกาลที่จะถึงสำหรับความล้มเหลว เพราะปีที่แล้วตำแหน่งอันดับสามกับการลุ้นแชมป์จนถึงช่วงสุดท้ายคือความล้มเหลว ฤดูกาลที่ผ่านมาถือว่าเป็นการปรับตัวปรับระบบทีมให้ลงตัวบวกกับเม็ดเงินมหาศาลที่ โรมัน อับราโมวิช ให้ใช้แบบไม่คิดมาก ความสำเร็จอย่างน้อยต้องแชมป์พรีเมียร์ลีกหรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น นอกนั้นถึงจะได้แชมป์บอลถ้วยอะไรก็ตาม มูรินโญ่ ต้องไปครับ

อาร์เซน่อล เกือบต้องเสีย อาร์แซน เวงเกอร์ ที่ตอนนี้กลายเป็นโค้ชที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกยาวนานที่สุดในปัจจุบัน (18 ปี) ไปถ้าไม่ได้แชมป์เอฟเอคัพ อย่างไรก็ตามสิ่งที่สาวกเดอะกันเนอร์เป็นห่วงคือเรื่องของการเสริมนักเตะใหม่ๆ และการปล่อยนักเตะตัวสำคัญออกไป มักไม่ค่อยถูกใจสักเท่าไหร่ ถึงฝีมือกึ๋นในการทำทีมจะได้รับการยอมรับจากแฟนบอลและฝ่ายบริหารของสโมสรก็ตาม ลึกๆ แล้วแฟนบอลของทีมอยากให้ทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีก อีกครั้งหรือไม่ก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ถ้ายังเป็นเหมือนทุกฤดูกาลที่ผ่านมา แค่โควต้าแชมเปี้ยนส์ ลีก บวกถ้วยเล็กๆ สักถ้วยยังพอเป็นของปลอบใจได้บ้าง

มาที่อีกหนึ่งสโมสรที่เป็นขวัญใจของมหาชนชาวสยามอย่างปีศาจแดงแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจาก เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน ประกาศวางมือเมื่อสองฤดูกาลที่แล้ว ทีมมีแต่สาละวันเตี้ยลงยิ่งคนที่ทำทีมต่อคือ เดวิด มอยส์ ซึ่งตอนแรกทุกคนบอกว่าผู้สืบทอดแต่ตอนนี้ไม่รู้ไปไหนแล้ว

ดังนั้น หลุยส์ ฟาน ฮัลล์ โค้ชคนใหม่จึงถูกคาดหวังไว้สูงมากจากประสบการณ์มากมายที่คุมทีมใหญ่ในยุโรปประสบความสำเร็จรวมทั้งทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา สิ่งที่เหล่าเร้ด เดวิลล์หวังไว้คงหนีไม่พ้นตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก จากข้อได้เปรียบทีมอื่นในการไม่ต้องไปเล่นฟุตบอลยุโรปให้เมื่อยตุ้ม แต่สิ่งหนึ่งที่อยากเตือนให้แฟนผีทำใจไว้คือ ฟาน ฮัลล์ ต้องใช้เวลาปรับทีมตามที่ตัวเองต้องการสักระยะ เพราะผู้เล่นที่มีอยู่ตอนนี้เป็นรองอีกสี่ทีมใหญ่ที่เหลือพอสมควร

ส่วนพวกสร้างความหวือหวาอย่างสเปอร์ หรือ เอฟเวอร์ตัน ยังมองว่าอีกหลายก้าวถ้าจะให้ขึ้นมาเทียบกับทีมใหญ่ข้างต้น ถึงไก่เดือยทองแห่งกรุงลอนดอนจะใช้บริการของ เมาริซิโอ โปเชสติโน่ ที่ประสบความสำเร็จกับเซาท์แธมป์ตันเมือฤดูกาลที่แล้วแต่อย่าลืมว่าประสบการณ์ในการคุมทีมใหญ่เจ้าตัวยังไม่มี ขณะที่เอฟเวอร์ตันยังให้ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ คุมทีมเหมือนเดิมแต่ตัวผู้เล่นยังเป็นรองทีมใหญ่อยู่บวกลูกเก๋ายังมีไม่มากแค่สร้างความวูบวาบเท่านั้น

แค่คิดก็สนุกแล้วสำหรับพรีเมียร์ลีก ที่เปิดฤดูกาลในเดือนนี้ ตอนนี้ขอสารภาพตามตรงเลยว่ายังไม่สามารถคาดเดาว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์ได้เลยเพราะองค์ประกอบของทีมจุดเด่นจุดแข็งของแต่ละทีมไม่เป็นรองซึ่งกันและกันเลย

สุดท้ายไม่ว่าใครจะเป็นแชมป์ หรือได้โควต้าไปเล่นฟุตบอลยุโรป หรือไม่ได้อะไรเลย หรืออาจจะตกชั้น คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคงเป็นแฟนฟุตบอลที่นั่งเชียร์ตามจอตู้(โทรทัศน์) เพราะจะได้ดูฟุตบอลดีๆ มีคุณภาพในทุกๆ สัปดาห์จนถึงกลางปีหน้าเลยครับ 

กลับมาอีกครั้ง