ตัวแทนสาวไทยยุคใหม่ “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” ถ่ายทอดจิตวิญญาณความงามของผ้าไทย ผ่านแฟชั่นไทย-สไตล์โมเดิร์น กับ MiX MAGAZINE ฉบับที่ 207 The Soul of Thai

ตัวแทนสาวไทยยุคใหม่ “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” ถ่ายทอดจิตวิญญาณความงามของผ้าไทย ผ่านแฟชั่นไทย-สไตล์โมเดิร์น กับ MiX MAGAZINE ฉบับที่ 207 The Soul of Thai

หากจะต้องนึกถึงใครสักคนที่เป็นตัวแทนความสวยของสาวไทยยุคใหม่ แน่นอนว่า “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” คงจะเป็นชื่อที่ผุดขึ้นมาอันดับต้น ๆ การันตีด้วยตำแหน่ง Miss Grand ภูเก็ตคนแรกของเมืองไทย ได้สวมมงกุฎ Miss Universe Thailand ประจำปี 2563 พร้อมโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่องกับบทบาทของนักแสดง ไม่ว่าจะเป็นละครมาตาลดา / เว้าวอนรัก / ลมเล่นไฟ / ยิหวาดาตัง รวมถึงใช้ชื่อเสียงผลักดันแคมเปญเกี่ยวกับ Mental Health อยู่ตลอดเวลาด้วย เรียกว่าเธอนั้นครบเครื่องทั้งเรื่องความสวยและความสามารถแบบสุด ๆ 

เจ้าของมงกุฎ “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม”

ชีวิตก่อนเข้าวงการนางงาม ด้าเป็นเด็กผู้หญิงปกติทั่วไปเลยค่ะ ออกแมน ๆ ด้วยซ้ำเพราะว่าเกิดและโตที่ภูเก็ต ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ชอบนัดเพื่อนไปเดินป่า เจอกันตามทะเล ดำน้ำดูปะการัง ไม่ได้ไปเดินห้างเหมือนคนกรุงเทพฯ ซึ่งเอาจริง ๆ มันคือช่วงชีวิตที่มีความสุขมาก ๆ เลย (ยิ้ม)

ตอนนั้นด้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะสามารถประกวดนางงามได้ เพราะเราไม่ตรงกับความสวยของคนไทยที่บางทีต้องผิวขาว ตัวเล็ก ผมยาว แต่ด้าผิวแทนและตัวสูงทำให้รู้สึกว่าคนไทยน่าจะมองเราไม่สวย จนช่วงที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ เริ่มมีคนถามว่าทำไมไม่ลองไปประกวดนางงาม เราก็เลยรู้สึกว่าลองดูได้ไม่เสียหายนี่นา

บุคคลสาธารณะที่มาพร้อมกับคำวิจารณ์

ช่วงประกวดด้าจะรู้สึกดีเมื่อมีคนเห็นถึงความพยายามของเราค่ะ ดังนั้นเวลาเจอคอมเมนต์ที่คอยบอกว่าทำดีที่สุดแล้วนะ มันจะรู้สึก Feel Good กับตัวเองมาก ๆ เลย แล้วก็ทำให้ยิ่งอยากพยายามเพิ่มขึ้นอีก รวมถึงอยากทำทุก ๆ วันให้มันดีตามไปด้วย

แต่ว่าด้าไม่เคยอยู่วงการนี้มาก่อน พอเข้ามาแล้วเจอคอมเมนต์ด้านลบเยอะมาก ๆ ช่วงแรกก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน รู้สึกว่าเฮ้ย! ทำไมเขาว่าเราขนาดนี้ทั้งที่ไม่ได้รู้จัก ถึงขั้นแช่งให้พ่อแม่ตายก็มีนะ ซึ่งช่วงหลัง ๆ ด้าจัดการความรู้สึกตัวเองได้ดีแล้ว เริ่มมองคอมเมนต์เหล่านี้เป็นเรื่องตลก เพราะเขาเหมือนนักเลงคีย์บอร์ดคอยด่าคนอื่นผ่านหน้าจอ แต่กลับไม่มีความกล้าจะมาด่าใครตรงหน้า ดังนั้นมองให้เป็นเรื่องตลกไปค่ะ แล้วมันจะไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเราอีก

Have You Listen แคมเปญแห่งการรับฟัง

ด้าทำแคมเปญ Have You Listened ขึ้นมาเพราะอยากให้คนไทยตระหนักเกี่ยวกับเรื่อง Mental Health ต่าง ๆ ค่ะ ในประเทศไทยหลายคนเวลาพูดถึง Mental Health มักจะนึกออกแค่โรคซึมเศร้า แต่จริง ๆ มันมีเยอะกว่านั้นมากไม่ว่าจะเรื่อง Eating Disorder (โรคการกินผิดปกติ) หรือเรื่อง Schizophrenia (โรคจิตเภท) ซึ่งบางทีเราอาจไปเหมารวมเรียกเขาว่า “คนบ้า” ทั้งที่เขาคือ “คนไข้” คนหนึ่ง เหมือนเวลาเราเป็นไข้ก็แค่ไปหาหมอกาย ส่วนวันไหนรู้สึกใจไม่ค่อยสบายก็แค่ไปหาหมอจิตเท่านั้นเอง

เพราะว่า “ได้ยิน” ไม่เท่ากับ “รับฟัง” 

ครั้งหนึ่งด้าเคยเป็นโรค Eating Disorder ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว อยากขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อพูดออกมาเหมือนคนรอบข้างไม่เข้าใจมากพอที่จะช่วยได้ เขาบอกว่าหิวก็แค่กินสิ ทั้งที่จริง ๆ โรคนี้มันเกี่ยวกับความคิดและสมองของเราที่เมื่อมีปัญหาแล้วทำให้กินไม่ได้

บางคนได้ยินประโยค Have You Listen แล้วบอกว่าฉันรับฟังอยู่ทุกวัน แต่จริงๆ ต้องแยกออกก่อนว่าระหว่างการได้ยินกับการรับฟังมันไม่เหมือนกันเลย บางทีเขามาเล่าเรื่องที่กระทบจิตใจให้ฟัง เราก็แค่รับฟังโดยไม่ไปตัดสินเขา ไม่ไปให้คำแนะนำว่าต้องทำอะไร เพราะเขาบางครั้งเขาอาจไม่ได้ต้องการคำแนะนำ แค่ต้องการใครสักคนที่รับฟังจริง ๆ ด้าเลยตัดสินใจทำแคมเปญนี้ขึ้นมาเพื่อให้ตระหนักถึงการรับฟังคนรอบข้างว่าต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ถึงเราไม่รู้จะช่วยเขายังไง แต่เราพาเขาไปหาคุณหมอได้นะ (ยิ้ม)

“อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” ในบทบาทของนักแสดง

“ยิหวาดาตัง” มันเป็นละครที่ถ่ายแล้วร้อนมาก ๆ เพราะถ่ายช่วงเดือนเมษายนในป่า แดดส่องลงมาสะท้อนหินขึ้นหน้าเหมือนทำงานอยู่ซาวน่า แต่พอเข้ากล้องเราก็ต้องทำให้ดูเฟรชที่สุด เอาให้เหมือนอยู่เมืองไทยตอนอากาศ 18-19 องศา (หัวเราะ) ซึ่งพอละครออนแอร์แล้ว มีกระแสตอบรับดีเกินความคาดหมายเลยค่ะ

สำหรับด้าการแสดงมันสนุกมาก ๆ เหมือนได้ไปสัมผัสความรู้สึกต่าง ๆ ของมนุษย์ที่ในชีวิตประจำวันไม่เคยมี แต่พอเป็นนักแสดงแล้วมันเปิดโลกหลาย ๆ ใบข้างในตัวเรา นอกเหนือจากนั้นด้าชอบบรรยากาศในกองถ่ายด้วย เหมือนไปเข้าแคมป์กับเพื่อน ๆ ทุกวัน เป็นการทำงานที่รู้สึกสนุกเฮฮา มีความกดดันบ้างแต่มันจอยค่ะ

ตัวละครแบบไหนที่ใกล้เคียงคุณ

ทุกตัวละครที่เล่นมันก็มีความคล้ายเราบ้างนะ อย่าง “แพง – อรุณรัศมี” ในเรื่องมาตาลดา เขาคือผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่ตามง้อผู้ชาย หรือ “ยิหวา” ในเรื่องยิหวาตัง เขาจะมีความแมน ๆ หน่อย ซึ่งหลายคนอาจจะเห็นด้าในภาพนางงามใส่ส้นสูงสวย ๆ แต่เบื้องหลังจริง ๆ ค่อนข้างแมนเลยค่ะ

ส่วนในอนาคตด้าอยากลองเล่นแนว Romantic Comedy บ้างเพราะตัวเองชอบดู รู้สึกว่ามันสนุกและเบาสมอง รวมถึงอยากได้บทที่ดราม่ามาก ๆ ด้วย อยากร้องไห้กลับบ้านตาบวมทุกวันค่ะ มันท้าทายดี

นิยามความรักและคนในอุดมคติ

ถ้าพูดถึงหน้าตา จริง ๆ ด้าไม่ได้มีไทป์เป็นของตัวเองเลย ดูจากแฟนที่คบมาไม่มีใครหน้าตาเหมือนกันสักคน แถมยังคนละเชื้อชาติอีกต่างหาก แต่เราจะชอบผู้ชายที่มีความมั่นใจจากข้างในเพราะรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ค่ะ ซึ่งความมั่นใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอีโก้สูงนะ เขาต้องเคารพคนอื่นด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ด้ามองว่ามีเสน่ห์ไม่แพ้กันคือผู้ชายตลก สามารถทำให้เราและคนรอบข้างยิ้มได้ประมาณนั้น

แต่จริง ๆ ด้ามองว่าชีวิตของตัวเองตอนนี้ไม่ได้รู้สึกเหงาหรือต้องการใครมาเป็นแฟน เพราะฉะนั้นขอแค่เพื่อนชีวิตที่มาเพิ่มความสุขให้แก่กันและกันก็พอค่ะ (ยิ้ม)

แรงบันดาลใจสำคัญที่สุดคือตัวเรา

ด้าไม่ค่อยมีไอดอลเป็นตัวบุคคลค่ะ แต่จะใช้พลังใจจากคนรอบข้างเป็นแรงสู้เพื่อทำทุกวันให้ดีที่สุด ด้าคิดว่าเราไม่ควรไปเลียนแบบใครเพราะทุกคนมีดีในแบบของตัวเอง จงเป็นเราในเวอร์ชันที่ดีที่สุด แล้วหากำลังใจจากคนที่รักเราที่สุดมาเป็นแรงผลักดันและรอยยิ้มของเราก็พอ 

บทเรียนความสุขจากคุณพ่อถึงลูกสาว

ตอนเด็ก ๆ คุณพ่อจะสอนเสมอว่าให้มีความพึงพอใจในชีวิตตัวเอง ไม่ว่าจะมีเงินแค่ไหน จะโสดหรือจะมีแฟน ขอให้มีความสุขและพอใจกับความเป็นเราข้างใน ดังนั้นด้าเลยเชื่อว่าแค่ Happy ในความเป็นตัวเรามันก็มีความสุขแล้ว แต่ถ้าลองให้คะแนน ณ ตอนนี้ขอเอาไป 9.5 ก่อน เพราะทุกอย่างยังสามารถพัฒนาได้ค่ะ

คุณค่าของผ้าไทยร่วมสมัย

ต่างคนก็ต่างความคิด เราล้วนมีสิทธิ์ในความคิดเห็นของเราอยู่แล้ว แต่ถ้าถามมุมมองของด้าเกี่ยวกับประเด็นนี้ ด้ามองว่าถึงจะโตมากับคนรุ่นแม่ที่เขาใส่ผ้าถุงก็จริง แต่ไม่อยากให้ทุกคนในประเทศหยุดสวมใส่ผ้าไทยเพียงแค่มันไม่มีการเปลี่ยนแปลง คงเป็นสิ่งที่ดีกว่าถ้าจะดัดแปลงผ้าไทยให้เอามาใส่ในชีวิตประจำวันได้ ไม่อยากให้มันต้องหายไปเลย

โลกเราเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง เราเองก็ต้องปรับไปตามนั้น ซึ่งเอาจริง ๆ น่าดีใจนะคะที่คนยุคใหม่หันมาสวมใส่ผ้าไทยกัน จะได้ส่งเสริมและส่งต่อให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ในอนาคตได้ ไม่ว่าผ้าไทยจะมาในรูปแบบไหนก็อยากให้เห็นคุณค่าว่านั่นคือความเป็นไทยค่ะ

จิตวิญญาณที่แท้จริงของผ้าไทย

 It is the Soul of Textiles, It is the Soul of Thailand. เราเติบโตมาในประเทศที่ได้เห็นคุณพ่อคุณแม่สวมใส่ผ้าไทย ดังนั้นมันคือความเป็นไทยที่ใคร ๆ ก็ต้องบอกอย่างนั้นค่ะ ด้าไม่อยากให้สิ่งนี้หายไป อยากให้อยู่คู่กับคนไทยไปอีกนาน ๆ เพราะถ้ามันสามารถเป็น Soft Power ที่ต่างชาติได้เห็นถึงความสวยงามของผ้าไทยจนอยากหยิบเอามาสวมใส่ มันก็คงจะโก้เก๋มาก ๆ นะ (ยิ้ม)

สวมผ้าไทยถ่ายแบบกับ MiX ในธีม The Soul of Thai Textiles

รู้สึกดีใจมากเลยที่ได้มาถ่ายแบบกับ MiX พร้อมช่วยเปิดโลกให้ด้าเกี่ยวกับผ้าไทยด้วย เพราะฉะนั้นต้องขอฝาก MiX MAGAZINE ฉบับที่ 207 ธีม “The Soul of Thai Textiles จิตวิญญาณของผ้าไทย” ในเดือนมีนาคมนี้กันด้วยนะคะ

Credit

นางแบบ : อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม, ช่างภาพ : กิตติเดช เจริญพร, ผู้ช่วยช่างภาพ  : นิพนธ์ ทรัพย์หลาย รัฐภูมิ บุญทา, สไตลิสต์  : กรรณานุช กันยามัย, ผู้ช่วยสไตลิสต์ : เหมือนตะวัน สุวรรณศิลป์

เสื้อผ้า : @petch_boutique @supaeastglamor เครื่องประดับ : @Rockmejewelry

ตัวแทนสาวไทยยุคใหม่ “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” ถ่ายทอดจิตวิญญาณความงามของผ้าไทย ผ่านแฟชั่นไทย-สไตล์โมเดิร์น กับ MiX MAGAZINE ฉบับที่ 207 The Soul of Thai Textiles