ตำนานเปิดโลก(จีน)

ตำนานเปิดโลก(จีน)

ประเทศจีน เป็นประเทศที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่จารึกมาอย่างยาวนาน มีเรื่องราวที่เล่าขานบอกเล่าต่อๆ กันมากมายจนกลายมาเป็นนิยายปรัมปรา ที่บอกถึงการเริ่มต้นในหลายๆ สิ่งจากยุคดึกดำบรรพ์ส่งต่อให้กับชนรุ่นหลังในปัจจุบันได้รับฟัง ในช่วงปีใหม่ที่เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ ผมจึงอยากขอนำเรื่องราวการจุดเริ่มต้นของโลกใบนี้ผ่านเรื่องราวเทพนิยายปรัมปราโบราณ ให้ผู้อ่านได้ลองรับชมดูครับ

ชนชาวจีนนั้นมีชีวิตอาศัยอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำฮวงโหและบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซีมาตั้งแต่สมัยยุคหิน เก่าหรือประมาณ 2.5 ล้าน - 1 หมื่นปี ก่อนคริสตกาลล่วงมาแล้ว ดังนั้นเรื่องเล่าที่มีมาตั้งแต่โบราณกาลนั้นมีมากมาย แต่ที่กล่าวถึงกันมากนั้นคือ สิ่งมีชีวิตที่มีชื่อว่า ผานกู่ (Pan-gu) และ เทพมารดรหนี่วา (Nui-Wa) ชาวจีนแต่กาลก่อนเชื่อว่าทั้งสององค์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่งทั้งหมดที่มีอยู่ โดยกล่าวกันว่า 

ชาวจีนมีความเชื่อว่าจักรวาลเป็นเพียงวัตถุก้อนกลมๆลักษณะคล้ายไข่ หมุนวนไปวนมาจนปกคลุมครึ้มเหมือนมีเมฆหมอกในทั่วทุกสารทิศ และในไข่ใบนี้แหละครับ มีสิ่งมีชีวิตประหลาด นามว่า “ผานกู่” อาศัยอยู่ บางตำนานเล่าว่าผานกู่นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายคน บ้างก็ว่าเป็น “ลิง” ตัวขนาดมหึมาเลย แต่ถ้ามองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์สักหน่อย ผมคิดว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ “ผานกู่” จะเป็นมนุษย์ในสมัยโบราณที่กำลังวิวัฒนาการอย่างเช่นมนุษย์     นีแอนเดอร์ทัล (Neanderthal) ก็เป็นได้ 

ตำนานเปิดโลก(จีน)
ตำนานเปิดโลก(จีน)

เอาละครับจะเป็นคนหรือเป็นลิงก็ตาม แต่ตามตำนานได้กล่าวเอาไว้อีกว่า ผานกู่ถือกำเนิดและจำศีลอยู่ในไข่ใบนี้มาเป็นเวลา 18,000 ปี จึงได้ค่อยลืมตาตื่นขึ้น และเมื่อตื่นเท่านั้นละครับ ความรู้สึกแรกที่ ผานกู่ รู้สึกคืออึดอัด ทุกสิ่งรอบตัวล้วนดำมืด ความรู้สึกเหมือนผีอำเข้าครอบงำ หายใจไม่ค่อยออก ยืดแขนขาก็ลำบาก ติดเปลือกเจ้าดวงไข่จักรวาล ผานกู่ หงุดหงิดเป็นอย่างมาก จึงตั้งปณิธานว่าจะออกไปจากสถานที่คับแคบแห่งนี้ให้ได้ เลยเอาขวานที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดจามไปที่เปลือกไข่ จนเปลือกไข่แตกออก 

จากการเอาขวานจามเปลือกไข่ในครั้งนั้นได้ทำให้ “ดวงไข่จักรวาล” ได้แบ่งตัวออกเป็นสองซีก จากนั้นผานกู่จึงได้ใช้เรี่ยวแรงที่ตนเองสะสมไว้ 18,000 ปีของตน ทำการแยกเปลือกไข่ให้ออกจากกัน ทำให้เกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วทุกหนแห่ง จากนั้นร่างกายของผานกู่ก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึงวันละ 1 จ้าง หรือประมาณ 3.33 เมตร ในระหว่างที่ร่างกายของผานกู่ ขยายใหญ่ขึ้นนั้น อากาศและธาตุอากาศมวลเบาอันบริสุทธิ์ต่างๆ ก็ได้ลอยขึ้นมากลายเป็นท้องฟ้า ส่วนสิ่งที่เป็นธาตุหนักก็ตกลงมาหลอมกลายเป็นพื้นดิน ด้วยความผานกู่เกรงว่า ฟ้าและดินจะกลับมาหลอมรวมกันเหมือนเดิมจึงได้แบกฟ้าและเอาเท้ายันพื้นดินอยู่อย่างนั้น จนร่างกายของผานกู่ขยายใหญ่เป็นยักษ์มหึมา มีความสูงถึง 45,000 กิโลเมตร จนฟ้าและดินแยกกันอย่างถาวรแล้วจึงได้วางใจและสิ้นลมลงในที่สุด นับอายุของผ่านกู่ที่แบกท้องฟ้าเอาไว้นั้นมีอายุยาวนานถึง 37,000 ปี ทีเดียว กล่าวมาถึงตรงนี้ผมรู้สึกได้ถึงความคล้ายคลึงกับนิยายตำนานของเทพปกรณัมของกรีก ที่มีกล่าวถึงเทพที่ทำหน้าที่แบกท้องฟ้าเช่นกันนั่นก็คือ “เทพแอตลาส” แต่ต่างกันตรงที่ แอตลาส นั้นมาแบกท้องฟ้าเอาไว้เนื่องจากถูกลงโทษ โดยแอตลาสเป็นเทพไททันยุคแรกๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก (นับรุ่นแล้วก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของ
เทพเจ้าซูส) ที่ก่อสงครามไททัน และพ่ายแพ้ให้กับเหล่าเทพแห่งโอลิมปัส จึงต้องมารับหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งแตกต่างกับ ผานกู่ ที่แบกท้องฟ้า ตามความต้องการของตนเอง 

ตำนานเปิดโลก(จีน)
ตำนานเปิดโลก(จีน)

อย่างไรก็ตามเรื่องราวของผานกู่ยังไม่จบครับ ด้วยร่างกายของผานกู่ที่สูงใหญ่มหึมานั้น ได้กลายมาเป็นสรรพสิ่งต่างๆ บนโลก อย่างมากมาย เมื่อผานกู่ล้มลง ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาได้กลายเป็นภาพเป็นโครงร่างของแผ่นดินใหญ่ ว่ากันว่ากลายเป็นทวีป ทั้ง 6 ทวีปในปัจจุบัน กล้ามเนื้อกลายเป็นพื้นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ เลือดของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นทะเล แม่น้ำ ลำธาร ที่ไหลไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ขนตามร่างกายได้กลายเป็นต้นไม้ใบหญ้า ตาซ้ายของผานกู่กลายเป็นพระอาทิตย์ ตาขวากลายเป็นพระจันทร์ ลมหายใจกลายมาเป็นสายลมและก้อนเมฆ สุ้มเสียงสุดท้ายกลายเป็นเสียงฟ้าร้อง เส้นผมนับแสนล้านเส้นของเขากลายเป็นดาวดวงน้อยที่เปล่งแสงประกายสวยงามในยามค่ำคืนกระดูกและฟันได้กลายเป็นแร่ธาตุและอัญมณีต่างๆ และเม็ดเหงื่อของเขาได้กลายมาเป็นหยาดฝนและน้ำค้าง นับแต่นั้นโลกที่สมบูรณ์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น นอกจากนี้ในระหว่างทำการเบิกฟ้า ก็ยังได้เกิดสัตว์วิเศษทั้งสี่ขึ้นมาช่วยภารกิจของผานกู่อีก ได้แก่ เต่าดำ มังกรเขียว นกหงส์แดงและกิเลนเขาเดียว ที่เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นแล้วได้แยกย้ายไปตามทิศทั้งสี่และกลายเป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในธรรมชาติอีกด้วย

ตำนานเปิดโลก(จีน)
ตำนานเปิดโลก(จีน)

หมดเรื่องราวตำนานของ “ผานกู่เบิกฟ้า” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ แต่เมื่อตำนานเรื่องหนึ่งจบลงไป ตำนานเรื่องใหม่ก็เกิดขึ้นมาแทนที่ เพราะหลังจากที่ผ่านกู่ได้สิ้นลมและร่างกายของผ่านกู่ได้มาเป็นส่วนประกอบต่างๆ ของโลกที่เราอาศัยอยู่แล้วนั้น โลกของเราก็ได้มีสิ่งมีชีวิตที่วิเศษเกิดขึ้นมา (ตามความเชื่อของจีน) นั่นก็คือ “เทพธิดาหนี่วา” มีลักษณะร่างกายที่มีท่อนล่างเป็นงู ท่อนบนเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมนุษยชาติทั้งปวง แต่สงสัยว่าหน้ากระดาษคงไม่
เพียงพอสำหรับตำนานเรื่องต่อไปเป็นแน่ ติดตามเรื่องราวของ “เทพธิดาหนี่วา”  ในตำนานเปิดโลก (จีน) ตอนที่ 2 ใน MiX MAGAZINE ปี 2015 เล่มเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับเล่มนี้สวัสดีครับ 

ผานกู่ เทพมารดรหนี่วา ตอนที่ 1