ยกทัพนักแสดงรุ่นใหม่ พร้อมจุดไฟปฏิวัติ ลุกขึ้นสู้ยอดฝีมือดีกรีออสการ์ เดินหน้าสู่ “เกมล่าเกม” ครั้งใหม่ “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping”

ยกทัพนักแสดงรุ่นใหม่ พร้อมจุดไฟปฏิวัติ ลุกขึ้นสู้ยอดฝีมือดีกรีออสการ์ เดินหน้าสู่ “เกมล่าเกม” ครั้งใหม่ “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping”

นับถอยหลังอีกเพียงเดือนกว่าๆ ที่ “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping รุ่งอรุณเกมล่าเกม” จะเข้าฉายพร้อมปลุกเมืองไทยให้กลายเป็นอารีนาล่าชีวิตในการแข่งขันสุดเดือด โดยในภาพยนตร์ภาคล่าสุดนี้ได้รวมทีมนักแสดงไว้อย่างคับคั่ง ทั้งตัวละครฝั่ง “แคปิตอล” ผู้ปกครองที่กุมอำนาจเหนือทุกเขต ซึ่งทรงพลังด้วยการแสดงจากสุดยอดฝีมือระดับออสการ์ ปะทะทีมนักแสดงรุ่นใหม่น่าจับตาในบทเหล่า “บรรณาการ” ผู้เข้าแข่งขันเกมล่าชีวิตที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงเขตละ 2 คน เพราะนี่คือการแข่งแบบ “ควอเตอร์เควล” ที่ทั้ง 12 เขตจะต้องส่งบรรณาการเพิ่มเป็นสองเท่า ชาย 2 หญิง 2 รวมเป็น 48 ชีวิต เดินหน้าสู่การปฏิวัติสะเทือนโลกในเกมล่าเกมครั้งที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา

“โจเซฟ ซาดา” รับบทเป็น “เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี”

บรรณาการหนุ่มจากเขต 12 ผู้ถูกเลือกเข้าสู่ “เกมล่าชีวิต ครั้งที่ 50”

แม้จะเป็นนักแสดงหน้าใหม่จากออสเตรเลียด้วยวัยเพียง 21 ปี แต่โจเซฟเอาชนะคู่แข่งหลายร้อยคนจากทั่วโลกที่ออดิชันมารับบทเฮย์มิตช์ในภาคนี้ เขายังได้รับเลือกเป็น “1 ใน 10 นักแสดงน่าจับตามอง” จาก “Variety” และเป็นเจ้าของตำแหน่ง “ดาวรุ่งแห่งปี” จาก “GQ Australia” อีกด้วย

“แม็กเคนนา เกรซ” เป็นตัวละครฝาแฝด “เมย์ซิลี - เมอร์ริลี ดอนเนอร์”

เมย์ซิลีเป็นอีกหนึ่งบรรณาการจากเขต 12 และเจ้าของเข็มกลัดม็อกกิ้งเจย์ ซึ่งต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านแคปิตอล

เธอคือนักแสดงและนักร้องสาวชาวอเมริกันที่มีผลงานตั้งแต่วัยเด็ก เป็นที่จดจำจากภาพยนตร์ “Scream 7” (2026) และซีรีส์ “The Handmaid's Tale” (2021-2022) ที่ทำให้เธอถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “Emmy Awards” ปี 2021 ด้วยวัยเพียง 15 ปี และล่าสุดถูกพูดถึงทั่วโลกเมื่อเธอปรากฏตัวพร้อม “โจเซฟ ซาดา” ในชุดแต่งงานของ “แคตนิส เอเวอร์ดีน” จาก “The Hunger Games: Catching Fire” (2013) ในงานปารีสแฟชั่นวีคที่เพิ่งผ่านมา

“เบน หวัง” รับบท “ไวแอตต์ แคลโลว์”

อีกหนึ่งบรรณาการชายจากเขต 12 ผู้มีปูมหลังและหมกมุ่นเกี่ยวกับการพนันและเดิมพันการแข่งขัน

เบนเป็นนักแสดงหนุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายจีนที่เคยฝากผลงานโดดเด่นไว้อย่าง “The Long Walk” (2025), “Karate Kid: Legends” (2025) มีทักษะศิลปะการต่อสู้หลายแขนง ทั้งเทควันโด คาราเต้ กังฟู และคัมโด (การต่อสู้ด้วยดาบไม่ไผ่แบบเกาหลี)

“มอลลี แมคแคนน์” รับบท “ลูเอลลา แมคคอย”

บรรณาการเด็กหญิงวัย 13 ปี เพื่อนคนสำคัญในการแข่งขันของเฮย์มิตช์

มอลลีคือนักแสดงชาวไอริช เธอมีผลงานมากมาย และได้เข้าชิงรางวัล “IFTA Best Supporting Actress” จากภาพยนตร์เรื่อง “Herself” (2020)

“เรล์ฟ ไฟนส์” รับบท “ประธานาธิบดีสโนว์”

ผู้นำเผด็จการสุดเหี้ยมแห่งพาเน็ม

นักแสดงรุ่นใหญ่ฝีมือจัดจ้านผู้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากบท “ลอร์ดโวลเดอมอร์” ในสุดยอดแฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง “Harry Potter” และเข้าชิงรางวัลออสการ์ 3 ครั้งจาก “Schindler's List” (1993), “The English Patient” (1996) และ “Conclave” (2024)

“เกลนน์ โคลส” รับบท “ดรูซิลลา ซิกเคิล”

ผู้คุมบรรณาการเขต 12 ที่มาพร้อมลุคและคอสตูมสุดเวียร์ด

นักแสดงหญิงรุ่นเก๋าผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่า 5 ทศวรรษ ผลงานชิ้นสำคัญ อาทิ “Fatal Attraction” (1987), “Dangerous Liaisons” (1988), “101 Dalmatians” (1996), “Air Force One” (1997) เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 8 ครั้ง และกำลังจะได้รับรางวัล “ออสการ์กิตติมศักดิ์” (Academy Honorary Award) ที่กำลังจะจัดขึ้นกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย

“เจสซี เพลมอนส์” รับบท “พลูทาร์ช เฮฟเวนส์บี”

ช่างภาพหนุ่มผู้บันทึกภาพการแข่งขันครั้งนี้ก่อนกลายเป็นหัวหน้าผู้คุมเกมในอนาคต

นักแสดงมากฝีมือผู้โด่งดังจากซีรีส์ระดับตำนาน “Breaking Bad” (2012–2013) และภาพยนตร์คุณภาพอีกหลายเรื่อง ล่าสุดกับ “Bugonia” (2025) และ “Digger” (2026) เขาเคยเข้าชิงออสการ์สมทบชายยอดเยี่ยมจาก “The Power of the Dog” (2021)

“คีแรน คัลกิน” รับบท “ซีซาร์ ฟลิกเกอร์แมน”

พิธีกรมากสีสันประจำการแข่งขันเกมล่าชีวิต

คีแรนเริ่มเข้าวงการตั้งแต่เด็ก และมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “Home Alone” (1990) โดยแสดงร่วมกับพี่ชาย สั่งสมประสบการณ์และสร้างชื่อจากซีรีส์คุณภาพ “Succession” (2018-2023) ก่อนจะได้รับรางวัลออสการ์นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมครั้งล่าสุดจาก “A Real Pain” (2024)

“แอลล์ แฟนนิง” รับบท “เอฟฟี ทรินเกต”

สไตลิสต์ประจำตัวเฮย์มิตช์ในภาคนี้ ก่อนต่อมาจะกลายเป็นผู้คุมบรรณาการเขต 12

นักแสดงหญิงเจ้าเสน่ห์มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่เด็ก ก่อนสั่งสมประสบการณ์และฝีมือจนได้รับความนิยมอย่างสูงจาก “Maleficent” (2014) และโดดเด่นเป็นที่จดจำจากภาพยนตร์อินดี้อย่าง “The Neon Demon” (2016), “20th Century Women” (2016), “The Beguiled” (2017) รวมถึงหนังชีวประวัติบ็อบ ดีแลน “A Complete Unknown” (2024) และล่าสุดเข้าชิงออสการ์สมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก “Sentimental Value” (2025)

ร่วมด้วยนักแสดงที่จะมาสร้างสีสันให้ฮังเกอร์เกมส์ภาคนี้สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็น “วิตนีย์ พีก” (Gossip Girl) รับบท “เลนอร์ โดฟ” แฟนสาวผู้เป็นรักแรกของเฮย์มิตช์, “มายา ฮอว์ก” (Stranger Things) รับบท “ไวเรส” ผู้ชนะเกมล่าชีวิตครั้งที่ 49 เธอกลับมาแคปิตอลในการแข่งขันครั้งนี้ในฐานะพี่เลี้ยงเพื่อดูแลบรรณาการของเขตตัวเอง เคียงข้างกับ “บีที” ที่รับบทโดย “เคลวิน แฮร์ริสัน จูเนียร์” (Waves, Elvis)

“ทุกเขตเหนืออำนาจ VS อำนาจเหนือทุกเขต” จับตาการปะทะทางการแสดงและห้ำหั่นกันของสองขั้วอำนาจระหว่างฝั่งประชาชนนำโดยเหล่า 4 บรรณาการ และฝั่งแคปิตอลจอมเผด็จการใน “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม” 19 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติและทุกระบบพิเศษ

 

ยกทัพ “นักแสดงรุ่นใหม่” พร้อมจุดไฟปฏิวัติ ลุกขึ้นสู้ “ยอดฝีมือดีกรีออสการ์” เดินหน้าสู่ “เกมล่าเกม” ครั้งใหม่ “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping” 19 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์