5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด “Digger - ดิกเกอร์” ผลงานตลกร้ายแห่งยุคที่ท้าทายทุกขีดจำกัดของโลกภาพยนตร์

5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด “Digger - ดิกเกอร์” ผลงานตลกร้ายแห่งยุคที่ท้าทายทุกขีดจำกัดของโลกภาพยนตร์

ผู้กำกับรางวัลออสการ์ “อเลฮานโดร จี. อินญาร์ริตู” คัมแบ็กสู่โลกภาพยนตร์อีกครั้ง พร้อมผลงานออริจินัลเรื่องใหม่ “Digger - ดิกเกอร์” นำแสดงโดยชายผู้ท้าทายขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ “ทอม ครูซ” ในบท “ดิกเกอร์ ร็อกเวลล์” ชายทรงอำนาจผู้ตอกหน้าเหล่ามนุษยชาติด้วยความจริงแสนตลกร้าย ก่อนหายนะซึ่งเขาเป็นผู้ก่อขึ้นเองจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ไปตลอดกาล

การฉีกขนบหนังหายนะสู่งานตลกเสียดสีระดับมาสเตอร์คลาส

อเลฮานโดร จี. อินญาร์ริตู กลับมาทวงบัลลังก์ผู้กำกับด้วยผลงานที่ท้าทายที่สุดในอาชีพ เมื่อเขานำพล็อตหนังหายนะมาเล่าผ่านมุมมองของ “หนังตลก” เต็มไปด้วยความไร้สาระของเหล่าคนผู้ทรงอำนาจ เขาสร้างโลกที่ซ้อนทับกันระหว่างความเป็นภาพยนตร์และละครเวที เพื่อสะท้อนความจริงอันแสนเจ็บปวดของสังคมยุคปัจจุบัน อินญาร์ริตู เผยถึงวิสัยทัศน์นี้ว่า “ดิกเกอร์เป็นหนังหายนะ แต่หายนะในเรื่องนี้ก็คือมนุษย์ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงต้องเป็นหนังตลก ทั้งไร้สาระ ชวนหัวเราะ และสะท้อนช่วงเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่ในตอนนี้”

การแสดงระดับ “ทุ่มสุดตัว” ของ “ทอม ครูซ” กับบทบาทที่ซับซ้อนที่สุดในชีวิต

ทอม ครูซ สวมบทบาทที่ท้าทายขั้นสุดด้วยการเล่นเป็นตัวละครที่มีบุคลิก สำเนียง และภาษากายแตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เขาคือ “ดิกเกอร์ ร็อกเวลล์” ชายผู้ทรงอำนาจและเสียงดังโวยวาย ความทุ่มเทของ ครูซ ปรากฏชัดเจนที่สุดในฉากพูดคนเดียวความยาว 10 นาทีที่รัฐสภายุโรป ซึ่งเขาเทกเดียวผ่านฉลุยในรอบที่ 4 โดย อินญาร์ริตู เล่าถึงวินาทีนั้นว่า “ทอมทำได้สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อน”

ทีมนักแสดงฝีมือระดับ “ออลสตาร์”

ภาพยนตร์เรื่องนี้คือการรวมตัวของนักแสดงระดับแนวหน้าอย่าง ริซ อาห์เหม็ด, จอห์น กู๊ดแมน, แซนดรา ฮุลเลอร์, ไมเคิล สตูห์บาร์ก และ เจสซี เพลมอนส์ ผู้กำกับเปรียบทีมนักแสดงชุดนี้ว่าเป็นเหมือนความฝัน โดยกล่าวว่า “ใบหน้าของพวกเขาเหมือนเป็นภูมิประเทศที่มีเรื่องราวอยู่ในตัวเอง ขณะที่อารมณ์ขัน ความฉลาด และความจริงใจของพวกเขาก็ช่วยเติมมิติให้ตัวละครลึกขึ้น” ด้าน เจสซี เพลมอนส์ ยืนยันถึงความยอดเยี่ยมของบทภาพยนตร์ว่า “นี่เป็นหนึ่งในประสบการณ์ไม่กี่ครั้งของผมที่ผมจมเข้าไปอยู่ในเรื่องราวอย่างเต็มที่ จนไม่มีแม้แต่แวบเดียวที่จะคิดออกว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป”

งานภาพสไตล์ภาพวาดคลาสสิกผ่านเลนส์กล้อง VistaVision

เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ทุกเฟรมมีความลึกและรายละเอียดเสมือนภาพวาดของจิตรกรระดับมาสเตอร์ เอ็มมานูเอล ลูเบซกี เลือกใช้กล้อง VistaVision ร่วมกับเลนส์ที่สั่งทำพิเศษ การเลือกใช้ฟอร์แมตภาพยนตร์ขนาดใหญ่ทำให้ทุกมุมมองในจอมีชีวิตและเล่าเรื่องได้ด้วยตัวเอง อเลฮานโดร จี. อินญาร์ริตู อธิบายว่า “VistaVision ทำให้เรามีข้อมูลภาพในปริมาณมหาศาล ผมต้องการให้ทุกอย่างอยู่ในโฟกัส เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกเองว่าจะมองตรงไหน จะปล่อยสายตาไปสำรวจตรงไหน และท้ายที่สุดก็สามารถหลงเข้าไปอยู่ในภาพวาดนั้น”

วิญญาณแห่งภาพยนตร์จากงานสร้างและสเปเชียลเอฟเฟกต์ทำมือ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในสตูดิโอ 100% โดยมีการสร้างและรื้อฉากกว่า 30 ฉาก และใช้เทคนิคแบบอนาล็อก เช่น การใช้โมเดลจำลองขนาดย่อส่วนแทนการใช้ CG เพื่อสร้างภาพลวงตาทางสายตาที่สมจริง แม้กระทั่ง “แม็กกี้” แมวแก่ของดิกเกอร์ ก็ถูกสร้างขึ้นโดยใช้หุ่นเชิดที่ควบคุมด้วยคนถึง 8 คน เพื่อให้ได้ความสมจริงที่สุด อเลฮานโดร จี. อินญาร์ริตู ให้ความสำคัญกับแมวตัวนี้มาก โดยระบุว่า “เธอเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ดิกเกอร์ยังคงมีความรู้สึกและติดอยู่กับความเป็นจริง เธอทำให้เรารู้ว่าเขายังเป็นมนุษย์ และเขายังสามารถรักใครสักคนได้”

ขุดรอดหรือมอดม้วย ร่วมเป็นสักขีพยานในภารกิจของชายขวางโลกที่ยิ่งใหญ่และต้องการพิสูจน์ตัวเองใน “Digger - ดิกเกอร์” ” วันนี้ในโรงภาพยนตร์ และระบบ IMAX

 

5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด “Digger - ดิกเกอร์” ผลงานตลกร้ายแห่งยุคที่ท้าทายทุกขีดจำกัดของโลกภาพยนตร์