Mad Worl

Mad Worl

หลายคนรู้จักเพลงนี้ ในฉบับของ ไมเคิล แอนดรูว์ส ที่เป็นเสียงของ แกรี่ จูลส์ แต่ดั้งเดิมแล้ว Mad World คือเพลงที่เป็นซิงเกิลที่สามของ Curt Smith กับ Roland Orzabal สองหนุ่มคู่ดูโอจากอังกฤษในนาม Tears For Fears แต่เป็นเพลงแรก
ของทั้งคู่ ที่ดังเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตใน UK Single Chart อันดับที่ 3 เมื่อปี ค.ศ.1982 

ผมไปเจอคลิปของ เคิร์ท สมิธ พูดบนเวที TED Talk ว่าเขาเลือกจะมาเป็นนักร้องเพราะมันเป็นช่องทางเดียวที่จะทำให้เขามีปากมีเสียง วิพากษ์วิจารณ์สังคมและเรื่องราวที่เขาพบเห็นได้ ในฐานะคนหนุ่มไฟแรงที่กราดเกรี้ยวกับปัญหาสังคมต่าง ๆ แต่ไม่รู้จะไปโวยกับใคร ก็เอามาใส่ไว้ในเพลงนี่แหละ 

จึงไม่น่าประหลาดใจที่ Mad World จะกลายเป็นเพลงที่หม่นหมอง เหมือนหนองที่ยังกองอยู่ในฝี เพราะมีแต่มุมมองของคนที่เบื่อโลก เบื่อชีวิตเดิม ๆ ต้องตื่นแต่เช้าแย่งกันไปทำงาน Early For Their Daily Races เดลี่ เรซซึส คือการแข่งขันประจำวัน ณ สถานที่เดิม ๆ Going Nowhere คือไปไม่ถึงไหนอย่างที่บรรยายในเนื้อเพลงท่อนแรก And I find it kind of funny. I find it kind of sad. The dreams in which I’m dying are the best I’ve ever had. แปลว่า “ผมว่ามันตลกและน่าเศร้าในคราวเดียวกัน ที่ความฝันซึ่งผมกำลังจะตาย กลายเป็นฝันดีที่สุดที่เคยมีมา” 

จะว่าไปเนื้อเพลงก็สะท้อนความคิดของวิธีมองโลกแบบคนที่มีลักษณะซึมเศร้าได้ดีนะครับ ถามว่าจริงไหมที่เนื้อเพลงนี้บรรยาย ตอบว่าก็มีส่วนจริงและไม่จริงอยู่ทั้งสองส่วนครับ อย่าเพิ่งงงว่ามันจะทั้งจริงและไม่จริงได้ไงนะ ฟังเรื่องนี้ก่อน หลวงปู่ชา สุภัทโท เคยสอนลูกศิษย์ด้วยการชูไม้ขึ้นท่อนนึงแล้วถามว่า พวกเธอว่าไม้ท่อนนี้สั้นหรือยาว คำตอบมีทั้งสามพวกคือ พวกที่ว่าสั้น พวกที่ว่ายาว และอีกพวกตอบว่า “พอดีครับ” แต่หลวงปู่เฉลยให้ ว่า ไม้ท่อนนี้มันไม่ได้ยาว สั้น หรือพอดีหรอก
ไม้ก็เป็นเท่าที่มันเป็น เช่นมันยาวเมตรครึ่ง คนอยากได้ไม้ยาวสองเมตร ก็จะบอกว่ามันสั้นไป คนอยากได้ไม้ยาวเมตรเดียว ก็จะว่าไม้ท่อนนี้ยาวไป คนอยากได้ไม้ยาวเมตรครึ่งพอดีก็จะบอกว่ามันพอดีเลย 

ดังนั้นสิ่งที่ตัดสินว่าไม้ท่อนนี้ยาวหรือสั้น ก็ขึ้นกับความชอบ ความต้องการของใจคนแต่ละคนที่มองดูสิ่งนั้น แม้แต่โลกนี้ก็เช่นกันนะครับ จะเรียกว่ามันเป็นโลกบ้าบอบิดเบี้ยว หรือเป็นโลกที่ดีงาม ก็แล้วแต่คนจะมองและให้ค่าตัดสิน ตามความชอบความเชื่อของตนเอง 

ฉะนั้นถึงบอกว่า ถ้าจะมองแต่ด้านที่บิดเบี้ยวของโลก ก็จะรู้สึกแบบนั้นไปแต่ถ้ามองมันในด้านดี ก็เห็นก็รู้สึกอีกแบบหนึ่ง แต่ดีที่สุด คือมองโลกตามความเป็นจริง ว่าไม้ก็ไม่ได้สั้นหรือยาวครับ แต่มันเป็นเท่าที่มันเป็นอยู่เท่านั้นเองครับ

 

All around me are familiar faces
Worn out places, worn out faces
Bright and early for their daily races
Going nowhere, going nowhere
And their tears are filling up their glasses
No expression, no expression
Hide my head I want to drown my sorrow
No tomorrow, no tomorrow

*And I find it kind of funny
I find it kind of sad
The dreams in which I’m dying
Are the best I’ve ever had
I find it hard to tell you
‘Cause I find it hard to take
When people run in circles
It’s a very, veryษ 
Mad worldษMad worldษMad world

Children waiting for the day they feel good
Happy birthday, happy birthday
Made to feel the way that every child should
Sit and listen, sit and listen
Went to school and I was very nervous
No one knew me, no one knew me
Hello teacher tell me what’s my lesson
Look right through me, look right through me 
(*)

Songwriters: Roland Orzabal

Mad Worl แบบว่าโลกเบี้ยว