‘กุ๊กกิ๊ก กชกร’ สลัดลุคถอดหน้ากากแก้วหน้าม้า เผยเสน่ห์ความเซ็กซี่แบบมีระดับไปกับธีม The Human Signature รอยประทับแห่งคุณค่า
‘กุ๊กกิ๊ก กชกร’ นักแสดงสาวเจ้าบทบาทแห่งช่อง 7HD ผู้สร้างสีสันให้แก่วงการละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ด้วยการรับบทแก้วหน้าม้าเวอร์ชัน 2026 ที่ทั้งสวย (?) ทั้งฮา จนพาเรตติ้งพุ่งเกินคาดและไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดีย ล่าสุดหลังถอดหน้ากากม้าออกมาแล้ว MiX จึงอยากขอพาเธอมาสลัดลุคเผยเสน่ห์บนปก MiX Magazine ฉบับที่ 210 ผ่านธีม The Human Signature รอยประทับแห่งคุณค่า พร้อมเป็นตัวแทนนั่งสัมภาษณ์เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงบทบาทใหม่ในสถานะอินฟลูเอนเซอร์คนดัง
จุดเริ่มต้นเส้นทางนักแสดงของ ‘กุ๊กกิ๊ก กชกร’
แม่ของกิ๊กชอบดูละครจักร ๆ วงศ์ ๆ มากค่ะ พอทางช่อง 7 มีประกวดเวที Dream Star Search กิ๊กก็ไปแข่งจนได้ที่ 2 แล้วเซ็นสัญญากับค่ายสปีดวัน หลังจากนั้นทางดาราวิดีโอ – ดีด้า – สามเศียร มาเรียกไปลองแคสติง นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการได้แสดงละครแบบเต็มตัว

ละครเรื่องแรกกับประสบการณ์สอนชีวิต
จำได้ว่าช่วงที่ถ่ายละครเรื่องเจ้าหญิงแตงอ่อน แม่จะไปกับกิ๊กตลอดเลยค่ะ ตอนนั้นกิ๊กอายุ 17 ปีเอง แล้วบอกตรง ๆ ว่าเมื่อก่อนละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ถ่ายกันเหนื่อยมากและยากมาก ตลอด 24 ชั่วโมงคือถ่ายไปออนแอร์ไป ต้องกินนอนที่กอง ซึ่งกิ๊กก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเป็นคนลุยอยู่แล้ว แค่ช่วงแรกจะรู้สึกว่าทำไมเราเล่นไม่ได้นะ บางทีซีนร้องไห้มันก็ร้องไม่ได้จนกดดันตัวเอง แล้วทุกคนในกองต้องมารอทั้งที่ละครต้องรีบถ่าย นี่ยังเป็นอะไรที่ติดในใจอยู่เลยค่ะ
วันนั้นเสียใจมาก ๆ แต่พอโดนดุก็เลยรู้สึกว่าต่อไปเราต้องเป๊ะกว่านี้ ต้องเก่งกว่านี้ ซึ่งก่อนจะคิดได้คือร้องไห้จะกลับบ้านเลยนะ จนแม่เรียกสติว่า ‘กิ๊ก เราโตแล้วนะลูก เรารับงานเขามาแล้ว เราต้องทำให้สำเร็จลุล่วง…’ หลังจากกิ๊กนั้นก็แทบไม่บ่นอีกเลยค่ะ ถ้าถอดใจไปคงไม่ได้เป็นนักแสดงแบบวันนี้

คุณค่าที่แท้จริงของละครจักร ๆ วงศ์ ๆ
ละครพื้นบ้านวรรณคดีไทยต่าง ๆ มันแทบจะไม่มีแล้ว อยากให้น้อง ๆ รุ่นใหม่ลองเปิดใจดูนะคะ มันถือเป็นประเพณีวัฒนธรรมของไทยเรา และคงไม่มีใครที่จะมาแต่งชุดไทยแสดงละครในอากาศแบบนี้อีก มันมีเสน่ห์ของมันจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องคำพูด เรื่องภาพ เรื่องการแต่งกาย อยากให้อนุรักษ์กันเอาไว้ค่ะ (ยิ้ม)
เต็มที่ในทุกเรื่องและทุกบทบาท
กิ๊กรู้สึกดีใจนะที่ประเทศไทยให้โอกาสเราได้เล่นหลากหลายบท เหมือนอย่างเกาหลีที่บางคนไปเล่นร้ายแล้วมาเล่นดี หรือบางคนเล่นเป็นตัวเอกแล้วไปเล่นเป็นตัวรอง เพราะกิ๊กรู้สึกว่าพอมันมีความหลากหลาย ต่อให้ทุกบทมันจะยากหมดแต่ก็สนุกสุด ๆ และมีความท้าทายแตกต่างกัน เราเลยไม่ได้คิดว่าชอบแบบไหนมากกว่า ขอแค่มีโอกาสก็จะทำให้เต็มที่กับทุกบทบาทในทุกเรื่องค่ะ
โอกาสดี ๆ ที่ได้รับจากอาชีพนักแสดง
อย่างแรกเลยคือมันทำให้เรามีเงินเก็บมากขึ้น รวมถึงมีโอกาสมากขึ้นด้วย อันนี้สำคัญที่สุดเพราะกิ๊กได้รับโอกาสจากการเป็นนักแสดงหลากหลายด้านเลย แล้วเราก็ดีใจที่ได้มาทำงานตรงนี้นะ รู้สึกว่าไม่ต้องดังมากก็ได้ ขอแค่ให้มีบทบาทที่สนุกและอยากเล่น เพราะกิ๊กเองก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้แสดงละครจริง ๆ ค่ะ
เส้นทางใหม่ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์
จากสถานการณ์หลาย ๆ อย่างที่บางช่วงอาจจะไม่ได้มีละครเปิดวิก กิ๊กก็คิดว่าสรุปแล้วเราจะอยู่ตรงนี้ไปได้อีกนานแค่ไหนนะ? เพราะถึงนักแสดงมันจะเป็นอาชีพที่เรารัก แต่เราก็ยังต้องหาทางอื่นเอาไว้ด้วย อย่างตอนนี้กิ๊กเองเหมือนกึ่งนักแสดงกึ่งอินฟลูเอนเซอร์ไปแล้วค่ะ รู้สึกว่ามันสามารถทำควบคู่กันได้ แถมเรายังสนุกกับทั้งสองงานเลย
ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวกับน้องหมาแสนรัก
ช่วงนี้อินกับการตีเทนนิสและเลี้ยงน้องหมาค่ะ เพิ่งได้น้องตัวใหม่สีครีมมาด้วยชื่อชิโระ ชีวิตมีอยู่ 2 อย่างคือไม่ตีเทนนิสก็อยู่กับหมา (หัวเราะ) ที่บ้านกิ๊กมีหมาไทย 2 ตัว ดัลเมเชียน 2 ตัว ดัชชุน 4 ตัว ชิบะ 1 ตัว รวม 9 ตัว อีกนิดคือเปิดฟาร์มแล้ว! แถมเพื่อนก็บอกว่าน่าจะมีคนมาเยอะเพราะดัชชุนนางรับแขกมาก
‘กุ๊กกิ๊ก กชกร’ ชื่อนี้การันตีความโก๊ะ
เมื่อก่อนเวลาอยู่กับเพื่อนกิ๊กจะเป็นคนพูดไม่ค่อยคิด หมายถึงบางทีพูดผิดพูดถูกจนรู้สึกเด๋อ ๆ ด๋า ๆ อีกอย่างคือเราซุ่มซ่ามที่สุดในโลกเลย เดี๋ยวตก เดี๋ยวหล่น เดี๋ยวอะไรก็ไม่รู้อยู่อย่างนั้น เหมือนคนไม่มีสติหรือไม่มีสมาธิอ่ะค่ะ จนเพื่อนยังบอกว่าเฮ้ย! ทำไมกิ๊กเป็นคนแบบนี้เนี่ย !
จริง ๆ อยากให้ทุกคนจดจำตัวตนกิ๊กที่เป็นกิ๊กดีกว่าว่าเราตลก พูดเก่ง พูดมาก โผงผาง ดื้อซน เพราะถ้าไปติดภาพนักแสดง บางทีเราเล่นบทเรียบร้อยคนก็คงคิดว่าอุ๊ย! กุ๊กกิ๊ก กชกรเรียบร้อยแน่เลย แล้วพอมาเจอตัวจริงเขาอาจจะรู้สึกผิดหวังได้ไง
‘กุ๊กกิ๊ก กชกร’ บนปก MiX Magazine ฉบับที่ 210
แต่ละชุดที่กิ๊กใส่เป็นผลงานของน้อง ๆ นิสิตจุฬาฯ ทั้งหมดเลยค่ะ แถมดีเทลชุดยังเหมือนดีไซเนอร์มืออาชีพทำจริง ๆ ทั้งการตัดเย็บรวมถึงดีไซน์ที่ผสมความเป็นไทยเข้ามา เพราะฉะนั้นต้องขอฝากด้วยนะคะกับลุคของงานคราฟต์สวย ๆ แบบนี้ใน MiX Magazine ฉบับที่ 210 ธีม The Human Signature รอยประทับแห่งคุณค่า น้อง ๆ เก่งกันมาก ๆ เลย (ยิ้ม)



