อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) กับปริศนาสุสานที่สูญหาย?
หากกล่าวถึงบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์โลก ชื่อของอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) ย่อมติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง พระองค์คือกษัตริย์แห่งแคว้นมาซิโดเนีย ผู้สร้างจักรวรรดิที่แผ่ขยายจากกรีซ อียิปต์ เปอร์เซีย ไปจนเกือบถึงลุ่มแม่น้ำสินธุของอินเดีย ภายในระยะเวลาเพียงสิบกว่าปี ทว่าความน่าพิศวงที่สุดของพระองค์กลับไม่ใช่ชัยชนะในสนามรบ หากเป็น การหายสาบสูญของสุสาน ซึ่งควรจะเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นเวลากว่า 2,300 ปีแล้ว ที่นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ และนักล่าสมบัติต่างพยายามค้นหาสถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์ผู้พิชิตโลก แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ใดสามารถยืนยันตำแหน่งที่แท้จริงได้

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า...สุสานของอเล็กซานเดอร์มหาราชอยู่ที่ใด? และเหตุใดบุคคลผู้โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์ จึงสามารถ "หายไป" ได้อย่างไร้ร่องรอย
อเล็กซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์ในปี 323 ก่อนคริสตกาล ณ พระราชวังในนครบาบิโลน (Babylon) ขณะมีพระชนมายุเพียงประมาณ 32 ปี โดยสาเหตุของการสิ้นพระชนม์ยังเป็นที่ถกเถียงกันจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น มาเลเรีย ไข้เลือดออก การได้รับพิษจากสารธรรมชาติ หรือภาวะป่วยจากการดื่มสุราอย่างหนัก แต่ไม่ว่าอเล็กซานเดอร์มหาราชจะสิ้นพระชนม์ด้วยเหตุใด สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์นั้นเป็นปริศนายิ่งกว่าบันทึกของนักประวัติศาสตร์โบราณต่าง ๆ เช่น Diodorus Siculus, Strabo, Plutarch, Arrian และ Curtius Rufus ระบุตรงกันว่า พระศพของพระองค์ได้รับการเก็บรักษาด้วยกรรมวิธีคล้ายการทำมัมมี่ และบรรจุไว้ในโลงศพทองคำอันวิจิตร ก่อนจะมีการสร้างราชรถสำหรับอัญเชิญพระศพ ซึ่งได้รับการบรรยายว่าเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่หรูหราที่สุดของโลกยุคโบราณ โดยขบวนพระศพใช้เวลาสร้างนานกว่าสองปี และกลายเป็นขบวนพิธีศพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น แต่จุดหมายปลายทางกลับไม่เป็นไปตามแผนเดิมที่วางไว้
.jpg)
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชตั้งพระประสงค์เอาไว้แต่เดิมว่าให้ฝังพระศพของท่าน ณ โอเอซิสซีวา (Siwa Oasis) ในอียิปต์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงเคยได้รับการประกาศจากนักบวชแห่งเทพอามุนว่าเป็น "โอรสแห่งเทพ" แต่ระหว่างขบวนพระศพเดินทางผ่านช่วงประเทศซีเรียในปัจจุบัน ปโตเลมี (Ptolemy I Soter) หนึ่งในแม่ทัพคนสนิท ได้ทำการยึดพระศพและเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมที่จะไปยังอียิปต์โดยพลการ การกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการลบหลู่หรือหยามเกียรติแต่อย่างใด เพราะในโลกของกรีกโบราณ การครอบครองพระศพของกษัตริย์หมายถึงการครอบครอง "ความชอบธรรม" ในการสืบทอดอำนาจ กล่าวได้ว่าพระศพของอเล็กซานเดอร์มหาราชคือสัญลักษณ์แห่งจักรวรรดินั่นเอง โดยปโตเลมีนำพระศพไปยังเมืองเมมฟิส ก่อนจะย้ายเข้าสู่เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เมืองที่อเล็กซานเดอร์ทรงก่อตั้งโดยมีความต้องการให้เมืองดังกล่าวยังคงความยิ่งใหญ่ต่อไป สุสานแห่งนี้ถูกเรียกว่า Soma หรือ Sema ซึ่งหมายถึง "สุสานของกษัตริย์"
ในช่วงหลายร้อยปีแรก สุสานแห่งนี้เป็นสถานที่ที่จักรพรรดิ และกษัตริย์ที่เลื่องชื่อต่างเดินทางมาเคารพพระศพ ไม่ว่าจะเป็น จูเลียส ซีซาร์, ออกุสตุส, คาลิกูลา และคาราคัลลา โดยเฉพาะจักรพรรดิออกุสตุส มีบันทึกว่าพระองค์ได้ทำการสักการะและวางมงกุฎทองคำลงบนพระศพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และเผลอทำให้พระนาสิกของมัมมี่หักระหว่างประกอบพิธี ซึ่งนั่นหมายความว่าสุสานแห่งนี้เคยมีอยู่จริงและผู้คนในยุคโรมันสามารถเข้าชมได้
แต่หลังคริสต์ศตวรรษที่ 4 หรือราว 700 กว่าปีหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ หลักฐานเกี่ยวกับสุสานเริ่มหายไปจากบันทึก นักประวัติศาสตร์เสนอเหตุผลหลายประการที่น่าเชื่อถือ โดยประการแรกคือ เมืองอเล็กซานเดรียประสบแผ่นดินไหวหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ใหญ่ในปี ค.ศ. 365 ซึ่งทำให้พื้นที่ชายฝั่งจำนวนมากจมลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาจยังผลให้สุสานจมลงอยู่ใต้น้ำ
ประการที่สอง เมืองมีการก่อสร้างซ้อนทับต่อเนื่องมาตลอดกว่า 2,000 ปี อาคารสมัยโรมัน ไบแซนไทน์ อาหรับ และยุคใหม่ ต่างก่อทับโบราณสถานเดิม อาจมีการฝังทับสุสานดั้งเดิมไว้ข้างใต้
ประการที่สาม เมื่อศาสนาคริสต์กลายเป็นศาสนาหลักของจักรวรรดิโรมัน ความสำคัญของสุสานกษัตริย์นอกศาสนาคริสต์ลดลง หลายสถานที่ถูกปล่อยร้างหรือถูกรื้อถอนเพื่อนำวัสดุก่อสร้างไปใช้ใหม่ ผลลัพธ์คือตำแหน่งของสุสานค่อย ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน
มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของตำแหน่งสุสานพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช แต่ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดและสอดคล้องกับแนวคิดของนักวิชาการก็คือ สุสานยังอยู่ใต้เมืองอเล็กซานเดรีย นักโบราณคดีส่วนใหญ่สนับสนุนทฤษฎีนี้เนื่องจากเอกสารโบราณแทบทั้งหมดระบุว่า พระศพยังคงถูกประดิษฐานอยู่ในเมืองอเล็กซานเดรีย ปัญหาคือเมืองปัจจุบันสร้างทับเมืองโบราณทั้งหมด การขุดค้นทำได้จำกัด เพราะใต้พื้นดินเต็มไปด้วยอาคาร ถนน ระบบสาธารณูปโภค และชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่ การสำรวจด้วยเรดาร์และการขุดค้นหลายครั้งบริเวณใจกลางเมืองพบโบราณสถานยุคปโตเลมีและโรมันจำนวนมาก แต่ยังไม่พบหลักฐานที่สามารถยืนยันว่าเป็นสุสานของอเล็กซานเดอร์มหาราช

ทั้งนี้ แนวคิดที่ว่าสุสานจมอยู่ใต้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กับการถูกเคลื่อนย้ายอีกครั้งนั้นก็มักถูกกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและนักทฤษฎีต่างให้ค่าน้ำหนักน้อยกว่าทฤษฎีแรกที่ว่า "พระศพยังคงถูกประดิษฐานอยู่ในเมืองอเล็กซานเดรียที่เดิม" มากที่สุด
นักโบราณคดีมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "สุสานไม่มีอยู่" แต่เป็นเพราะเงื่อนไขการค้นหาที่ยากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้แก่ เมืองโบราณถูกสร้างทับด้วยมหานครสมัยใหม่, หลักฐานจำนวนมากสูญหายจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม และสงคราม, เอกสารโบราณหลายฉบับเขียนขึ้นหลังเหตุการณ์หลายร้อยปี จึงมีรายละเอียดไม่ตรงกัน และพื้นที่บางส่วนอยู่ใต้ทะเล ทำให้การสำรวจต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะและงบประมาณสูง
.jpg)
ด้วยเหตุนี้ แม้จะมีการขุดค้นในอเล็กซานเดรียมากกว่าหนึ่งร้อยโครงการตลอดศตวรรษที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีหลักฐานที่เป็นข้อยุติ โลกเคยค้นพบสุสานของตุตันคามุน สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี และเมืองทรอยที่เคยเชื่อว่าเป็นเพียงตำนาน แต่สุสานของอเล็กซานเดอร์มหาราชยังคงท้าทายวงการโบราณคดี หากวันหนึ่งมีการค้นพบสุสานแห่งนี้จริง ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญ หากแต่จะช่วยไขปริศนาเกี่ยวกับยุคเฮลเลนิสติก การเมืองของราชวงศ์ปโตเลมี พิธีศพของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ และอาจนำไปสู่การค้นพบโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าที่สาบสูญมานานกว่าสองสหัสวรรษ
จนกว่าจะถึงวันนั้น สุสานของอเล็กซานเดอร์มหาราชยังคงเป็นหนึ่งใน "ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกโบราณ" และเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้ผู้พิชิตดินแดนเกือบครึ่งโลกจะสามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์มนุษยชาติได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว สถานที่พักพิงชั่วนิรันดร์ของพระองค์กลับกลายเป็นปริศนาที่โลกยังไม่สามารถไขได้



