Soft Power ของไทย ทำไมต้อง BL/GL

Soft Power ของไทย ทำไมต้อง BL/GL

     ย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน ถ้าบอกว่าซีรีส์วายคือ Soft Power ของไทย หลาย ๆ คนคงค้านกันหัวชนฝา แต่ในระยะเวลาเพียงไม่นานประโยคนี้ดันเป็นจริงขึ้นมาซะงั้น เมื่อวงการวายสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล มีฐานแฟนกระจายอยู่ทั่วทุกทวีป และค่อย ๆ ขยับขยายขอบเขตชื่อเสียงไปสู่ระดับสากลมากขึ้น จนอาจกล่าวได้ว่าถ้าเกาหลีใต้มี K-Pop ญี่ปุ่นมี AV Idol ไทยเองก็คงมี Boy Love (BL) และ Girl Love (GL) นี่แหละที่เป็นจุดขาย 

เรื่องย่อ ปิ่นภักดิ์ (The Loyal Pin) EP.2 ท่านหญิงอนิล มาปรากฏตัวต่อหน้า คุณ ปิ่น

(ปิ่นภักดิ์ - The Royal Pin)

     สังคมไทยให้การตอบรับเรื่อง LGBTQ+ มานานมากแล้ว แต่การหยิบเอาเส้นเรื่องความรักและชีวิตของพวกเขาขึ้นมาพูดถึงแบบชัดเจนไม่เลี่ยงบาลีผ่านสื่อ มันเพิ่งจะเริ่มได้เพียงราว ๆ ทศวรรษเดียวเท่านั้น จากในอดีตที่เรื่องของชายรักชายหรือหญิงรักหญิงนั้นมีหลายคนต่อต้านเพราะไปผูกติดกับภาพลักษณ์ขายจิ้นจนเกินพอดี (จริง ๆ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่...) แถมมาพร้อมบทละครแสนห่วยบรมจนแทบส่ายหน้า สู่ปัจจุบันที่อุตสาหกรรมนี้พัฒนาขึ้นไปแทบจะเทียบเท่าอินเตอร์เนชันแนล ทั้งด้านโปรดักชั่น บทประพันธ์ รวมถึงฝีมือการแสดง จนทำให้ไทยกลายเป็นหัวแถวของวงการ BL และ GL ในแบบที่ยังไม่มีใครเทียบและยากจะตามทัน 

Where to Watch Shine - Season 1 • Episode 5 - Episode 5 ...

 (ชาย - Shine The Series)

     ความดังของ BL และ GL ไทยนั้นสร้างผลกระทบต่อวงการบันเทิงเอเชียอย่างมาก เราจะเห็นเลยว่าแม้กระทั่งประเทศหลัก ๆ แบบญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือจีนก็ยังลงมาเล่นในตลาดซีรีส์วายเช่นเดียวกัน แต่ความสำเร็จของวงการนี้ไม่ได้วัดแค่ตัวผลงานหรือความดังที่มากกว่า ทว่ากลับเป็นเรื่องของสภาพสังคมอันส่งผลต่อชาว LGBTQ+ ผู้เป็นกลุ่มที่เสพสื่อวายต่างหาก ซึ่งประเทศไทยนั้นมีจุดแข็งในแบบที่หลาย ๆ ประเทศไม่มี นั่นคือการเป็นเมืองที่เฟรนด์ลี่ต่อชาวสีรุ้งจนได้รับฉายาว่า “ไทยแลนด์ แดนเกย์เสรี” แลนด์มาร์กใหม่ของ LGBTQ+ Pride ในปัจจุบัน

       ประเทศไทยห่างไกลจากลัทธิขงจื๊อ (ไม่ส่งผลต่อค่านิยมมีลูกเพื่อสืบพันธุ์) ร่วมกันประณามธรรมเนียมปาหินใส่เกย์ ศาสนาหลักชาติไม่มัวบอกว่ากะเทยบาป ศาสนาหลักชาติไม่เคยบอกว่ากะเทยบาป แต่กลับกันชุมชน LGBTQ+ ดันได้มีพื้นที่บนหน้าสื่อหลักบ่อย ๆ แม้จะถูกล้อเลียน แต่ก็ยังไม่ถูกช่องโทรทัศน์และรัฐบาลในศตวรรษที่ 21 สั่งแบน แถมล่าสุดไทยนั้นมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อเราลองพิจารณาจากฐานคนดูต่างชาติที่ชื่นชอบซีรีส์วายไทย จะพบเลยว่าหากไม่มาจากประเทศที่เปิดรับ LGBTQ + เช่น บราซิล ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ฯลฯ ก็มักมาจากประเทศที่สังคม LGBTQ+ ยังคงถูกกดทับหรือถูกต่อต้าน เช่น จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ โดยเฉพาะกับจีนที่แม้อุตสาหกรรมบันเทิงจะพัฒนาไปไกลกว่าไทยมากแล้ว แต่ถ้าหากอยากเสพหนังเกย์หรือซีรีส์แซฟฟิกในแบบที่ไม่ต้องทำเนียนเป็นมิตรภาพลูกผู้ชายสายใยลูกผู้หญิง พวกเขาย่อมต้องหันมาดูงานจากไทยแทน 

Bridgerton ซีซั่น 2 เทศกาลล่าผัว ที่นัวเป็นรองจากซีซั่นเดิม

(Jonathan Bailey นักแสดงเกย์ชายจากเรื่อง Bridgerton)

     แม้วงการซีรีส์วายจะมีมุมแย่ ๆ ให้ชวนวิจารณ์อย่างการนำเอาอัตลักษณ์ทางเพศของคนอื่นมาหากิน ทว่าด้านดีของมันกลับเป็นการทำให้ความสัมพันธ์ LGBTQ+ ในไทยดูปกติ ไม่ได้ผิดแปลกอะไรอย่างเช่นในอดีต ซึ่งจากการสัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์ BL ท่านหนึ่งเราก็ได้ความว่าพวกเขาไม่สนใจหากนักแสดงจะเป็นชายแท้หรือ LGBTQ+ เพราะสุดท้ายสิ่งสำคัญคือความมืออาชีพในการสวมบทบาท คล้ายคลึงกับวงการฮอลลีวูดที่นักแสดง LGBTQ+ สามารถรับบทชายแท้หญิงแท้ และนักแสดงชายแท้หญิงแท้สามารถรับบท LGBTQ+ ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นวงการบันเทิงไทยเองก็ควรจะพัฒนาไปในทางนั้นด้วย

     ... การส่งออก Soft Power ผ่านซีรีส์วายไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะการต่อต้านสิทธิคนอื่นและเหยียดหยามเพศของเพื่อนมนุษย์ต่างหากที่สมควรถูกประณาม ...

 

 ย้อนกลับไปเมื่อก่อน ถ้าบอกว่าซีรีส์วายคือ Soft Power ของไทยหลาย ๆ คนคงค้านกันหัวชนฝา แต่ในระยะเวลาเพียงไม่นานประโยคนี้ดันเป็นจริงขึ้นมาซะงั้น ...