Visa พลิกโฉม Visa Infinite เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ในเอเชียแปซิฟิก

Visa พลิกโฉม Visa Infinite เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ในเอเชียแปซิฟิก

Visa พลิกโฉม Visa Infinite เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ในเอเชียแปซิฟิก

• กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ความคาดหวังของผู้บริโภคก้าวข้ามการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ สู่การใช้ชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายและประสบการณ์ที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น

Visa Infinite โฉมใหม่ มาพร้อมโครงสร้างสิทธิประโยชน์กว่า 3 ระดับ (Three-tier Structure) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย พร้อมผสานนวัตกรรมด้านการชำระเงินอัจฉริยะ ประสบการณ์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรที่เชื่อมโยงอย่างครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่เหนือกว่าและตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น

กรุงเทพฯ, 20 กรกฎาคม 2569 – วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เปิดตัว Visa Infinite โฉมใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ การใช้จ่าย และการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมยกระดับการนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น ผ่านโครงสร้างบัตรแบบ 3 ระดับ ประกอบด้วย Visa Infinite พร้อมด้วยบัตรระดับใหม่ที่เปิดตัวเพิ่มเติม ได้แก่ Visa Infinite Privilege และ Visa Infinite Private โดยแต่ละระดับออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะของกลุ่มลูกค้าผู้มีกำลังซื้อแต่ละกลุ่ม พร้อมมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมภายใต้ระบบสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงอย่างครบวงจร

กลุ่มผู้บริโภคผู้มีกำลังซื้อในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนครัวเรือนกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ร้อยละ 8 จนถึงปี 2573 ขณะที่ภูมิภาคนี้มีสัดส่วนบุคคลผู้มีความมั่งคั่งสุทธิสูงเป็นพิเศษ (Ultra-High-Net-Worth Individuals: UHNWI) เกือบร้อยละ 31 ของจำนวนประชากรกลุ่มดังกล่าวทั่วโลก ขณะเดียวกัน นิยามของ “ความพรีเมียม” สำหรับผู้บริโภคผู้มีกำลังซื้อกำลังเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการแสดงสถานะเพียงอย่างเดียว สู่การมองหาประสบการณ์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ สะท้อนตัวตน และมีความหมายมากยิ่งขึ้น ผลการวิจัยของวีซ่าพบว่า ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการสัมผัสและดื่มด่ำกับวัฒนธรรมท้องถิ่น (Cultural Immersion) มากกว่าความหรูหราในรูปแบบเดิม สะท้อนถึงแนวโน้มการแสวงหาประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและตอบโจทย์ความเป็นตัวเองมากขึ้น

Visa Infinite โฉมใหม่ ผสานประสบการณ์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษเข้ากับเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก โดยมีนวัตกรรมการชำระเงินอัจฉริยะของวีซ่าเป็นรากฐานสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้จ่ายที่ราบรื่น เชื่อมโยง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ เทคโนโลยีการชำระเงินอัจฉริยะดังกล่าวช่วยเพิ่มความสะดวกในทุกการใช้จ่าย รองรับธุรกรรมมูลค่าสูง พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นและความปลอดภัยในการแบ่งปันสิทธิ์การใช้งานบัตรแก่ผู้ที่ได้รับอนุญาต

“วีซ่ามีบทบาทในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ระดับพรีเมียมสำหรับผู้บริโภคผู้มั่งคั่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาอย่างยาวนาน” แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำ วีซ่า ประเทศไทย กล่าว “เมื่อความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปสู่การมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับโลกมากยิ่งขึ้น เราจึงเดินหน้าต่อยอดแนวทางดังกล่าว โดย Visa Infinite โฉมใหม่ ผสานความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย นวัตกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตรของวีซ่า เพื่อมอบคุณค่าที่แตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผู้มั่งคั่งในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น”

แนวทางใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่

Visa Infinite โฉมใหม่ มาพร้อมโครงสร้างสิทธิประโยชน์ 3 ระดับ (Three-tier Structure) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยมีนวัตกรรมการชำระเงินอัจฉริยะของวีซ่าเป็นรากฐานสำคัญ อาทิ วงเงินการทำรายการที่สูงขึ้น ระบบอนุมัติธุรกรรมอัจฉริยะ การออกบัตรเพื่อรองรับการใช้งานข้ามพรมแดน และระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่สะดวก ปลอดภัย และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ถือบัตรมากยิ่งขึ้น

Visa Infinite เป็นบัตรหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์ มอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน ควบคู่กับสิทธิพิเศษด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ ขณะที่ Visa Infinite Privilege ต่อยอดประสบการณ์ดังกล่าวด้วยสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมการเข้าถึงประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรเป็นพิเศษ สำหรับบัตรระดับสูงสุด Visa Infinite Private เป็นบัตรที่เปิดให้บริการเฉพาะผู้ได้รับเชิญเท่านั้น (Invitation-only) ออกแบบสำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสุทธิสูงเป็นพิเศษ (Ultra-High-Net-Worth Individuals: UHNWI) พร้อมบริการที่ออกแบบเฉพาะบุคคลและสิทธิ์ในการเข้าถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาได้ยากและรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์แต่ละบุคคลโดยเฉพาะ

ประสบการณ์ที่คัดสรรเพื่อตอบโจทย์ทุกความสนใจ

Visa Infinite โฉมใหม่ ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรให้สอดคล้องกับความสนใจและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การรับประทานอาหาร สุขภาพและการดูแลสุขภาวะ ตลอดจนความบันเทิง โดยออกแบบให้เหนือกว่าสิทธิประโยชน์ในรูปแบบเดิม เพื่อมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย มีเอกลักษณ์ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

ตั้งแต่ Infinite Tastes: Beyond the Menu โปรแกรมประสบการณ์ด้านอาหารที่นำโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ เปิดโอกาสให้ผู้ถือบัตรได้สัมผัสเรื่องราว เบื้องหลังงานฝีมือ และวัฒนธรรมที่หล่อหลอมวงการอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไปจนถึง Visa Destinations แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกที่นำเสนอเส้นทางการเดินทางและประสบการณ์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษตามความสนใจของนักเดินทาง พร้อมสิทธิ์เข้าถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทุกโปรแกรมได้รับการออกแบบเพื่อมอบโอกาสในการเข้าถึงประสบการณ์เบื้องหลังสถานที่และกิจกรรมสำคัญ ตลอดจนการค้นพบเรื่องราวและแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่มีความหมายยิ่งกว่าเดิม

ประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ ซึ่งมีอัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตสูงกว่าผู้ถือบัตรกลุ่มอื่นเกือบ 3 เท่า โดยเฉพาะในหมวดการเดินทาง ความบันเทิง และการค้าปลีกขณะเดียวกัน ความต้องการด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาวะ ตลอดจนบริการที่ออกแบบเฉพาะบุคคลก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคผู้มีกำลังซื้อราว 90% มองหาประสบการณ์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ขณะที่ 84% คาดหวังบริการและประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน พร้อมการดูแลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Visa Infinite โฉมใหม่ รวมถึงสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ต่าง ๆ ได้ที่ Visa Infinite และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในภาคผนวกด้านล่าง

Visa พลิกโฉม Visa Infinite เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ในเอเชียแปซิฟิก