เบื้องหลังความธรรมดาที่แสนพิเศษของ “Supergirl - ซูเปอร์เกิร์ล” พร้อมเกร็ดงานสร้างสุดเนิร์ดที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด

เบื้องหลังความธรรมดาที่แสนพิเศษของ “Supergirl - ซูเปอร์เกิร์ล” พร้อมเกร็ดงานสร้างสุดเนิร์ดที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด

เขากอบกู้โลก ส่วนเธอกอบกู้หัวใจที่แหลกสลาย ลบภาพจำเกี่ยวกับความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ไปได้เลย เพราะ “คารา ซอร์-เอล” เวอร์ชันนี้พังก์ร็อกแบบเกินต้าน!! “Supergirl - ซูเปอร์เกิร์ล” ภาพยนตร์ลำดับที่ 2 จาก DC Studios ภายใต้การกำกับของ เครก กิสเลสปี้ กับเรื่องราวการผจญภัย ณ จักรวาลอันไกลโพ้น

เมื่อศัตรูปริศนาผู้โหดเหี้ยมและคาดไม่ถึงเข้ามาคุกคามใกล้ตัวเกินไป “คารา ซอร์-เอล” หรือ “Supergirl” จึงจำใจต้องร่วมมือกับคู่หูที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ “รูธี” ออกเดินทางผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ข้ามจักรวาล เพื่อตามหาบ้านในความรู้สึก มุ่งล้างแค้น และทวงคืนความยุติธรรม

เปิดปมตัวละครคู่หูโร้ดทริปตะลุยอวกาศ

แก่นเรื่องของ Supergirl ฉบับนี้ไม่ได้เล่าเรื่องของพระเจ้าผู้มองเห็นความดีในตัวของทุกคน แต่มันคือเรื่องราวของการล้างแค้นและการเอาชนะบาดแผลในใจ ผ่านสองตัวละครหญิงที่ถูกชะตากรรมเหวี่ยงให้มาพบกัน โดย  อนา โนเกรา มือเขียนบทเรื่องนี้ได้เผยว่า “เธอไม่ได้เป็นแบบนี้เพื่อความคูล แต่คำถามคือ เธอจะไม่เป็นแบบนี้ได้อย่างไร หลังจากที่ต้องสูญเสียครอบครัว สูญเสียดาวบ้านเกิด และสูญเสียทุกสิ่งที่เคยรู้จัก?”

คารา ซอร์-เอล (รับบทโดย มิลลี อัลค็อก) เธอเป็นสายพังค์ร็อก ต่างจากลูกพี่ลูกน้องของเธออย่าง คลาร์ก เคนท์ หรือ Superman (รับบทโดย เดวิด โคเรนเวต) ที่เติบโตมาในฟาร์มที่แสนอบอุ่นและเชื่อมั่นในความดีงามของโลกอย่างง่ายดาย แต่ คารา เติบโตขึ้นมาบนเศษซากของดาวคริปตอนที่กำลังพังทลาย เธอเห็นผู้คนล้มตายต่อหน้าต่อตา รวมถึงพ่อแม่ของเธอเอง ซึ่งในทางจิตวิทยา เธอแบกรับ “ความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิต” (Survivor’s Guilt) เอาไว้จนกลายเป็นการปิดกั้นตัวเอง ทำลายตัวเอง และหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ คารา เป็นคนตรงเป๊ะ เผยความรู้และจริงใจแบบไม่มีฟิลเตอร์ เธอไม่แคร์ใครทั้งนั้น เมื่อ คลาร์ก พยายามยัดเยียดระบบความเชื่ออันงดงามให้เธอ เธอก็พร้อมจะยืนหยัดในจุดยืนของตัวเองโดยไม่ประนีประนอม

รูธี (รับบทโดย อีฟ ริดลีย์) เธอคือเด็กสาววัย 13 ปี ผู้เผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมครั้งสำคัญ ส่งผลให้ภายในใจของเธอถูกสุ่มให้เต็มไปด้วยไฟแค้นในจิตใจจากการกระทำของวายร้าย เคร็มแห่งเยลโล่ฮิลล์ (รับบทโดย แมทเธียส เชนาร์ตส์) เด็กสาวคนนี้คือขั้วตรงข้ามของ คารา ของทุกมิติ แต่กลับต้องมาเป็นคู่หูผู้ร่วมเดินทางไปด้วยกันแบบช่วยไม่ได้

ส่องเกร็ดงานสร้างสุดเนิร์ดของ “Supergirl”

1. มหากาพย์ผ้าคลุมจากยุค 80s ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แอนนา บี. เชพพาร์ด ถูกใจผ้าหุ้มเบาะจากยุค 80 ผืนหนึ่งมาก เพราะน้ำหนักและการทิ้งตัวสีทองแดงสลับแดงนั้นสมบูรณ์แบบ แต่ปัญหาก็คือมันเลิกผลิตไปแล้ว! ทีมงานใช้เวลาพลิกแผ่นดินหาถึง 3 เดือน จนในที่สุดตัวแทนจำหน่ายในนิวยอร์กก็ไปตามรอยพบผ้าชุดสุดท้ายที่เหลืออยู่ในสหรัฐฯ ราว 6 หลา ซึ่งเพียงพอตัดเย็บผ้าคลุมอย่างหวุดหวิด

2. เตาอบร้านเบเกอรี่กับการผลิตชุดอวกาศ ชุดอวกาศเป่าลมสีชมพูบับเบิลกัมของ รูธี ซึ่งรหัสในกองถ่ายคือ Puffy Pinky ชุดอวกาศเป่าลมแบบใช้งานจริงชุดแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ทีมงานต้องนำแม่พิมพ์เรซินไปจุ่ม PVC แล้วอบในเตาอบความร้อนสูง ซึ่งเตาอบตัวนี้ทีมงานต้องไปซื้อต่อมาจาก “ร้านเบเกอรี่” เพราะก่อนหน้านั้นลองใช้เตาอบไก่หมุนแล้วพังไม่เป็นท่า

3. หมวกอวกาศกับเทคโนโลยีจากแพทย์ สืบเนื่องจากชุดอวกาศในข้อที่แล้ว หมวกอวกาศใสของ รูธี มีระบบอิเล็กทรอนิกส์และพัดลมซ่อนอยู่ข้างในเพื่อให้ชุดพองลมตลอดเวลา แต่เสียงพัดลมทั่วไปจะดังรบกวนไมโครโฟนอัดเสียงของนักแสดง ทีมงานจึงตัดสินใจนำ พัดลมจากเครื่อง CPAP (เครื่องช่วยหายใจทางการแพทย์) มาดัดแปลงร่วมกับระบบรีโมต DMX เพื่อให้ได้แรงลมที่เงียบสนิทที่สุด

4. พร็อพเด็ด “ทากผู้สร้างป๊อปคอร์น” (Slug Corn) ในฉากจุดพักรถระหว่างดวงดาว ทีมสเปเชียลเอฟเฟกต์ได้สร้างสิ่งมีชีวิตอ้วนปุ๊กที่อยู่ในตู้กระจก ความพีคคือมันคือพร็อพที่ใช้งานได้จริง หรือ Practical Effect โดยเจ้าทากตัวนี้สามารถ “เบ่งเพื่อดันขนมป๊อปคอร์นออกมาจากทวารหนักของมัน” ได้จริง ๆ ต่อหน้าต่อตานักแสดงโดยไม่ต้องพึ่ง VFX

5. เมนูเอเลียนสุดอิ่มหนำ ในฉากผับเอเวลี อีฟ ริดลีย์ ต้องเข้าฉากกิน “ลูกตาเอเลียน” และเธอกินไปถึง 40 ลูกในวันถ่ายทำ! จริง ๆ มันทำจากเค้กสปันจ์วานิลลา ตกแต่งด้วยช็อกโกแลตขาวและเจลลี่รสซิตรัส และฉากนี้ก็ดันไม่อยู่ในหนังเวอร์ชันฉายโรง ส่วนหนอนที่เครมกินทำจากเจลลี่นม และมีพายบลูเบอร์รี่ถูกทำขึ้นถึง 30 ถาดเพื่อใช้ในฉากบ้านไร่

6. โซ่กระเป๋าสตางค์ของ เจสัน โมโมอา เมื่อร็อกสตาร์ฮีโร่อย่าง เจสัน โมโมอา มารับบท โลโบ นักล่าค่าหัวอวกาศฝีปากทราม เขาถึงกับขอให้ทีมงานเพิ่มขนาดโซ่ที่ชุดให้หนาและใหญ่ขึ้น โดยบ่นปนขำว่า“โซ่ที่ผมใช้ห้อยกระเป๋าสตางค์ตัวเองตอนอยู่บ้านยังใหญ่กว่านี้เลย!”

7. สายสลิงยาวรวม 8 ไมล์ เพื่อถ่ายทำฉากแอ็กชันใหญ่ยักษ์ในจัตุรัสเมืองเอเวลี ซึ่งสร้างเมืองจำลองขนาดมหึมาขึ้นบนซาวด์สเตจ Leavesden ทีมสตันต์ต้องขึงและจัดการระบบสายริกกิงสำหรับสลิงบินของ ซูเปอร์เกิร์ล คิดเป็นความยาวรวมกันถึง 8 ไมล์ (ประมาณ 12.8 กิโลเมตร)

8. คอร์สเรียนภาษาเอเลียน 9 ภาษา ตลอดทั้งเรื่องคนดูจะได้ยินภาษาต่างดาวมากถึง 9 ภาษา โดยมีถึง 6 ภาษาที่เป็นภาษาที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่เฉพาะสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ มิลลี อัลค็อก ต้องเข้าคอร์สกับครูสอนสำเนียงอย่างหนักเพื่อพูดคุยในฉากอารมณ์ยาว 3-4 นาทีด้วย ภาษาคริปโตเนียนล้วน ๆ ร่วมกับ เดวิด ครัมฮอลต์ซ ที่รับบทเป็น ซอร์-เอล พ่อของเธอ

9. ความลับของกล้อง “ชิกเก้น” (Chicken Camera) ผู้กำกับภาพ ร็อบ ฮาร์ดี และ เครก กิสเลสปี้ เลือกใช้วิธีถ่ายทำแบบลองเทควันเทค (One-Take) ในหลายฉาก โดยใช้กล้องขนาดจิ๋วบนกิมบอลที่ชื่อว่ากล้อง “ชิกเก้น” ที่ให้สตันต์แมนถือวิ่งหรือสไลด์เข้าไปในพื้นที่แคบ ๆ ด้วยความเร็วสูงเพื่อสร้างมุมภาพนีนอนจัดจ้านสไตล์หนังยุค 90

“Supergirl - ซูเปอร์เกิร์ล” วันนี้ในโรงภาพยนตร์และในระบบ IMAX  #Supergirl #ซูเปอร์เกิร์ล

 

เบื้องหลังความธรรมดาที่แสนพิเศษของ “Supergirl - ซูเปอร์เกิร์ล” พร้อมเกร็ดงานสร้างสุดเนิร์ดที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด