ALYSON : Sharp Suits and Ambitious Soul ชุดสูทสุดเนี้ยบ กับความทะเยอทะยานที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจ

ALYSON : Sharp Suits and Ambitious Soul ชุดสูทสุดเนี้ยบ กับความทะเยอทะยานที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจ

ท่ามกลางยุคสมัยที่อิทธิพลทางดนตรีเปรียบเสมือนภาษาที่เชื่อมต่อเหล่าผู้คนแบบไร้พรมแดน “ALYSON” คือวงดนตรี 5 ชิ้นจากเกซอนซิตี้ ประเทศฟิลิปปินส์ ผู้สืบทอดจิตวิญญาณและเสน่ห์เหนือกาลเวลาของ City Pop ผ่านสุ้มเสียงที่ผสมผสานทั้ง Jazz, Soul และ Funk เข้าด้วยกันอย่างประณีต สมาชิกประกอบด้วย Pio Ligot (ร้องนำ และริธึมกีตาร์), Luis Uy (โซโล่กีตาร์), Marcus Mababangloob (กลอง และร้องประสาน), Miguel Erfe (เบส) และ Easel Manes (คีย์บอร์ด) จากจุดเริ่มต้นในบาร์ Mow’s Bar ไปจนถึงเทศกาลดนตรีใหญ่อย่าง Rakrakan Festival 2023 รวมถึงการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลระดับชาติอย่าง Awit Awards และมียอดสตรีมทะลุ 1 ล้านครั้ง พวกเขาไม่ได้มีดีแค่ดนตรีที่ชวนหลงใหล แต่ยังมีภาพจำอันโดดเด่นในชุดสูทสุดเนี้ยบที่สะท้อนถึงความ ‘จริงใจ’ และ ‘ความทะเยอทะยาน’ ในการสร้างสรรค์ผลงาน ครั้งนี้ MiX Magazine จึงขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับตัวตนและแรงบันดาลใจ รวมถึงเบื้องหลังท่วงทำนองที่ขับเคลื่อนความโรแมนติกของพวกเขาให้มากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของเรา

สมาชิกแต่ละคนนิยามคำว่า “ALYSON” ในแบบของตัวเองว่าอย่างไร? และอะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกคุณทั้ง 5 คนมารวมตัวกันสร้างวง City Pop ที่มีอัตลักษณ์สดใสและโดดเด่นขนาดนี้?

Pio : ALYSON คือจุดสูงสุดของความทะเยอทะยานครับ เราทำงานกันหนักมากเพื่อให้ดนตรีซื่อตรงต่อสิ่งที่เราชอบ วิธีที่เราอยากจะสื่อสาร และเพื่อให้ภาพลักษณ์กับเสียงดนตรีหลอมรวมกลายเป็นตัวตนของเราในทุกวันนี้ ทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดีเพื่อให้เป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา ตั้งแต่เครื่องดนตรีและอุปกรณ์ที่เราใช้ วิธีการเล่น ไปจนถึงลุคที่เราปรากฏตัวครับ

Marcus : สำหรับผม ALYSON พยายามมุ่งไปสู่สิ่งที่ผมเรียกว่าเป็นจิตวิญญาณของ City Pop ครับ เพราะ City Pop ไม่ได้เป็นแค่แนวเพลงที่มีเสียงตายตัว แต่มันคือการรวมตัวของหลากหลายสไตล์จนเกิดเป็นความสดใหม่ เหมือนกับวัฒนธรรมที่วิวัฒนาการในเมืองใหญ่ พวกเราทั้ง 5 คนมีพื้นฐานดนตรีที่ต่างกัน ทั้ง Jazz, Indie, Soul, Funk, Prog Metal ไปจนถึงเพลงบัลลาดเก่าๆ ของฟิลิปปินส์ แต่จุดสำคัญของ ALYSON คือการถักทอพื้นฐานเหล่านั้นให้กลายเป็นสิ่งที่พิเศษในแบบของเรา และเฉลิมฉลองมันผ่านสไตล์และการแสดงครับ

City Pop มีรากเหง้ามาจากญี่ปุ่นและตะวันตก แต่สำหรับ ALYSON พวกคุณใส่ “ความเป็นฟิลิปปินส์” หรือภูมิหลังในท้องถิ่นลงไปในดนตรีได้อย่างไร?

ALYSON : City Pop เป็นผลผลิตของคลื่นวัฒนธรรมดนตรีที่ไร้พรมแดนมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่แล้ว เมื่อดนตรีตะวันตกหลั่งไหลมายังซีกโลกฝั่งเรา ญี่ปุ่นคือผู้บุกเบิกในการสังเคราะห์และสะท้อนกระแสนี้กลับสู่โลกด้วยดนตรีของตนเอง แต่ในฟิลิปปินส์เราก็มีประสบการณ์แบบนั้นผ่านสิ่งที่เราเรียกว่า “The Manila Sound” ครับ ในฐานะคนฟิลิปปินส์ เราเติบโตมากับเพลงแนวนี้ทุกที่ ตั้งแต่วิทยุไปจนถึงตู้คาราโอเกะที่มีอยู่ทั่วไป

ตอนนี้โลกอินเทอร์เน็ตทำให้เราเข้าถึงดนตรีได้ทุกรูปแบบจากทั่วโลก มันช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมได้ง่ายขึ้นไปอีก ผ่านบทเพลงของเรา เราจึงรู้สึกเหมือนกำลังนำเอาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราไปร่วมเติมเต็มความหลากหลายของดนตรีจากทั่วโลกครับ

หนึ่งในเครื่องหมายการค้าที่จำได้ง่ายที่สุดของพวกคุณคือ “ชุดสูทสุดเนี้ยบ” ลุคนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจบนเวทีได้อย่างไร และทำไมการนำเสนอผ่านภาพ (Visual Presentation) ถึงสำคัญต่ออัตลักษณ์ของวง?

Pio : ในแง่การใช้งานจริง ชุดสูทช่วยให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องรูปลักษณ์และโฟกัสไปที่การแสดงบนเวทีได้อย่างเต็มที่ครับ สำหรับผมมันช่วยเพิ่มความมั่นใจเพราะมันเป็นชุดที่สั่งตัดมาโดยเฉพาะ เพื่อให้เราเคลื่อนไหวบนเวทีได้สะดวกและดูดีที่สุดตามสัดส่วนร่างกายของเรา นอกจากนี้มันยังช่วยสร้างตัวตนที่เชื่อมโยงดนตรีที่เราเล่นเข้ากับสุนทรียภาพที่ผู้ชมเห็นบนเวทีด้วยครับ

ในวงการเพลงทุกวันนี้ ผู้ฟังให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มากขึ้นผ่านแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Instagram แม้เราจะไม่เคยทิ้งความจริงใจในเรื่องเสียงดนตรี แต่การคัดสรรภาพลักษณ์ช่วยขับเคลื่อนบรรยากาศและความหมายของเพลงให้เข้าถึงใจคนได้มากขึ้น การมี Visual ที่ดีช่วยให้ผู้ฟังได้รับ “ประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ” (Total Experience) นั่นคือเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับการจับคู่ภาพลักษณ์ให้เข้ากับเสียงดนตรีครับ

จากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Awit Awards ไปจนถึงยอดสตรีม 1 ล้านครั้ง “ความสำเร็จที่แท้จริง” สำหรับพวกคุณคืออะไร? และความสำเร็จเหล่านี้เปลี่ยนมุมมองในการทำเพลงของพวกคุณไปบ้างไหม?

Pio : บอกตามตรงนะครับ แม้เราจะรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับสิ่งเหล่านี้ แต่มันไม่ได้เปลี่ยนวิธีคิดหรือวิธีการทำงานดนตรีของเราเลย ความยืนยาวของอาชีพนักดนตรีถูกสร้างขึ้นจาก “หัวใจ” ที่คุณใส่ลงไปในเพลง และนั่นคือแนวทางของเราเสมอมา เพราะถ้าเราใส่ใจในเพลงมากพอ ความสำเร็จก็จะตามมาเอง

ช่วยเล่าถึงซิงเกิลล่าสุด “IKAW LAGI” ให้ฟังหน่อยได้ไหม? เพลงนี้สะท้อนการเติบโตของ ALYSON อย่างไร?

Pio : ในแง่การเขียนเพลง “IKAW LAGI” คือผลงานที่กระชับและกลมกล่อมกว่าเพลงในอัลบั้มก่อนครับ แม้จะยังรักษาบรรยากาศความสนุกสนานเอาไว้ แต่เราก็มีความทะเยอทะยานมากขึ้นด้วยการใส่เครื่องดนตรีหลายชนิด เช่น เครื่องเคาะ (Percussion) และเครื่องเป่า (Brass Section)

เพลงนี้ยังเป็นแทร็กแรกของอัลบั้มใหม่ชื่อ “AFTER OURS” ด้วยครับ โดยความตั้งใจคือต้องการให้เพลงนี้เป็นตัวเปิดและรวบรวมองค์ประกอบหลัก ๆ ที่คนฟังจะได้เจอในผลงานเพลงอื่นที่อยู่ในอัลบั้ม เป็นการแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและการเติบโตของเราที่ก้าวไปอีกขั้นครับ

แนะนำผลงานเพลงของ ALYSON หนึ่งเพลงให้ผู้ฟังชาวไทย พร้อมเหตุผลที่อยากให้ฟังเพลงนี้?

Pio : แน่นอนว่าต้องเป็น “IKAW LAGI” ครับ! เพราะมันคือพรีวิวของอัลบั้มใหม่ของเรา แต่ถ้าดูจากภาพรวมที่ผมได้ยินเพลงรักของศิลปินไทย ซึ่งเรา ฟิลิปปินส์และไทย มีความคล้ายกันในการใช้กีตาร์แต่งเพลง ผมขอแนะนำเพลง “Underpass” ครับ เพราะมันเป็นเพลงที่เริ่มแต่งจากกีตาร์เป็นอันดับแรกและสื่อถึงเสียงแบบ City Pop ได้ดีมาก

ศิลปินคนไหนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ ALYSON มากที่สุด? และคุณได้หยิบนำแรงบันดาลใจอะไรจากพวกเขามาใช้กับงานของตัวเองบ้าง?

ALYSON : จุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจเรามาจาก Japanese City Pop ยุค 70-80 ไปจนถึงศิลปินสมัยใหม่ครับ มีศิลปินหลายท่านมากที่เรายึดเป็นต้นแบบ แต่เรามักจะเอ่ยชื่อศิลปินเหล่านี้เสมอ Anri, RYUSENKEI, Taeko Onuki, EPO, KIRINJI

ส่วนศิลปินฟิลิปปินส์ เราได้รับอิทธิพลอย่างมากจากศิลปินระดับตำนานในศตวรรษที่ผ่านมาอย่าง Basil Valdez, APO Hiking Society, Rico J. Puno, Ryan Cayabyab

จากศิลปินเหล่านี้ เราได้เรียนรู้เรื่องโครงสร้างและเสียงที่สร้างรูปร่างให้กับเพลงรักที่เข้าถึงอารมณ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราเรียนรู้คือ แม้รายละเอียดในการผลิตและการมิกซ์เสียงจะช่วยยกระดับความรู้สึกให้ดูเป็นของจริงมากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้เพลง “เป็นเพลง” ได้จริงๆ คือการเขียนเพลงและการเรียบเรียงครับ ส่วนนั้นต้องน่าดึงดูดใจจริงๆ มิเช่นนั้นคุณก็จะไม่มีเพลงที่ดี คุณสามารถปรุงแต่งผลงานที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ให้ออกมาดูดียังไงก็ได้ แต่คุณไม่สามารถเล่าเรื่องที่ต้องการได้เลย ถ้าคุณขี้เกียจในขั้นตอนการเขียนและการเรียบเรียงครับ

ถ้า ALYSON มีโอกาสแต่งเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศไทย คุณจะตั้งชื่อเพลงนั้นว่าอะไร?

Pio : “Rak You Gently” ครับ (เป็นการเล่นคำกับคำว่า “รัก” ในภาษาไทย)

จากการเล่นในบาร์ท้องถิ่นอย่าง Mow’s Bar ไปจนถึงเทศกาลดนตรีใหญ่อย่าง Wanderland 2025 พวกคุณจัดการกับความกดดันและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นอย่างไร ในขณะที่ยังรักษามาตรฐานของวงไว้ได้?

Pio : เราให้ความสำคัญกับการซ้อมเป็นอันดับหนึ่งครับ ไม่ว่าช่วงนั้นจะมีโชว์หรือไม่ก็ตาม มันช่วยให้เราคงสภาพความพร้อมทางดนตรีและส่งมอบการแสดงที่ดีที่สุดได้ไม่ว่าจะอยู่บนเวทีไหน เราปฏิบัติกับตัวเองเหมือนเป็นนักกีฬาครับ คือเข้าใจว่าการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราทำผลงานได้ดีขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

สำหรับคนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเดินตามความฝัน หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักกับ City Pop คุณอยากจะฝากข้อความอะไรถึงพวกเขา?

Pio : ตั้งใจเรียนรู้และรับฟังงานฝีมือเหล่านี้อย่างจดจ่อครับ โดยเฉพาะวิธีที่พวกเขาเขียนดนตรีขึ้นมา การประพันธ์เพลงหรือแม้แต่การแปลเนื้อเพลง มีสมบัติและทักษะมากมายซ่อนอยู่ในการเขียนเพลงยุคก่อนที่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในปัจจุบันครับ

Marcus : ให้รสนิยมและความสนใจนำทางคุณไปครับ โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะดูเป็นที่นิยมในสายตาคนอื่นไหม ผมคิดว่าดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการฟังหรือการสร้างสรรค์ คือการสำรวจตัวตนที่แท้จริงของคุณ และเราจะรู้จักตัวเองมากขึ้นผ่านการดูว่าดนตรีจะพาเราไปที่ไหน บางทีคนอื่นอาจจะได้รู้จักคุณผ่านทางนั้นด้วยถ้าโชคชะตานำพาไป แต่ผมจะไม่กังวลเรื่องนั้นเลยครับ แค่เป็นตัวเองก็พอ

 

ALYSON : Sharp Suits and Ambitious Soul ชุดสูทสุดเนี้ยบ กับความทะเยอทะยานที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจ