เมื่อเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย เบื้องหลังสายใยใน “RENTAL FAMILY ครอบครัวให้เช่า”
“RENTAL FAMILY” ผลงานการเขียนบทและกำกับโดย HIKARI ภาพยนตร์ที่หยิบเอา “ครอบครัวให้เช่า” อาชีพที่ใหม่มาก ๆ จากการรับรู้ของคนไทย มานำเสนอให้ดูเป็นเรื่องเข้าใจง่ายแต่ลึกซึ้งคมคาย ผ่านสายตาของ Phillip Vandarpleog นักแสดงชาวอเมริกันในญี่ปุ่น (Brendan Fraser) กับการรับงานสวมบทบาทเป็นใครสักคนในชีวิตของคนอื่น งานที่ไม่ได้แค่สวมบทบาทตามสั่ง แต่ยังเปิดโอกาสให้เขาค้นพบความหมายของการมีตัวตน มองเห็นแง่มุมที่สวยงามของความสัมพันธ์ ซึ่งมันได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล
หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครและธุรกิจสุดแปลกในญี่ปุ่นกันไปแล้ว ครั้งนี้ MiX Magazine จะพาคุณไปสำรวจ “รอยแผล” และ “ความรัก” ในชีวิตจริงของทีมสร้างและนักแสดง ที่ถูกถ่ายเทลงสู่แผ่นฟิล์มจนกลายเป็นภาพยนตร์ที่จริงใจต้อนรับปี 2026
.jpg)
“Mia” คือเงาสะท้อนในวัยเด็กของผู้กำกับ HIKARI
ใครจะเชื่อว่าเส้นเรื่องที่ดูเหมือนแต่งขึ้นมาอย่างตัวละครเด็กน้อย “Mia Kawasaki” รับบทโดย Shannon Mahina Gorman แท้จริงแล้วคือประสบการณ์ตรงของ HIKARI ผู้กำกับสาวชาวโอซาก้า เธอเติบโตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เคย “โกหก” เธอว่าพ่อเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งที่จริงๆ พ่อแค่ทิ้งไปมีคนใหม่ ครั้งหนึ่งแม่ของเธอเคยชี้ไปที่ “นักแสดงหน้าตาดีในทีวี” แล้วบอกว่านั่นคือพ่อของเธอ HIKARI นำความทรงจำที่ทั้งตลกและขมขื่นนี้มาสร้างเป็นตัวละคร Mia เพื่อแสดงให้เห็นว่า บางครั้ง “คำโกหก” ก็คือรูปแบบหนึ่งของความรักที่แม่มีไว้ปกป้องลูก
.jpg)
6 ชั่วโมงแห่งโชคชะตา การพบกันของ HIKARI และ Brendan Fraser
เบื้องหลังการแคสติ้งที่ทรงพลังที่สุดเริ่มต้นจากการ “ดื่มกาแฟ” ผู้กำกับเล็งตัว Brendan Fraser ไว้ทันทีหลังจากเห็นเขากล่าว Q&A ออนไลน์เรื่อง The Whale (2022) เพราะสัมผัสได้ถึงความ “จริงใจ” จากการนัดดื่มกาแฟสั้นๆ กลับกลายเป็นบทสนทนาที่ยาวนานถึง 6 ชั่วโมงเต็ม จนพระอาทิตย์ตกดินและต้องย้ายร้านคุยต่อ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Brendan Fraser ยอมตกลงรับบท Phillip และเดินทางมาซึมซับชีวิตในโตเกียวล่วงหน้าหลายสัปดาห์
.jpg)
“Working Actor” จิตวิญญาณระดับตำนานของ Akira Emoto
ในกองถ่าย RENTAL FAMILY มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่น่าประทับใจระหว่างซีกโลกตะวันตกและตะวันออก Akira Emoto นักแสดงระดับตำนานของญี่ปุ่นวัย 76 ปี ต้องพูดภาษาอังกฤษยาวที่สุดในชีวิตการแสดง Brendan Fraser ทุ่มเทมากจนดูเหมือน Sir Ian McKellen หรือ Michael Caine คือคนเก่งที่ “ไม่เคยลืมความโชคดีที่ได้รับจ้างงาน” เขาใช้เวลาช่วงพักทั้งหมดฝึกซ้อมบทกับครูฝึกภาษาเพื่อให้ทุกคำพูดออกมาจากใจจริงๆ
.jpg)
“The Simon” ไม่ใช่แค่กล้อง แต่คือการค้นพบภาษาภาพใหม่
เกร็ดเสริมจากเทคนิคถ่ายทำ แม้หนังจะดูเรียบง่าย แต่ผู้กำกับภาพ Takuro Ishizaka ต้องรับมือกับความท้าทายในมหานครโตเกียวที่มีประชากร 14 ล้านคน HIKARI ใช้ “สี” เป็นตัวบอกอาการป่วยทางใจ ช่วงต้นเรื่อง Phillip จะถูกล้อมรอบด้วย โทนสีน้ำเงิน เพื่อสื่อถึงความซึมเศร้า แต่เมื่อเขาเริ่มพบ Mia สีสันที่สดใสเหมือน “สีรุ้ง” จะค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในจอ สื่อถึงการเยียวยาที่เกิดขึ้นจริง

เสียงดนตรีที่จางหายสู่ “ความขาว”
ดนตรีประกอบจาก Jónsi (Sigur Rós) และ Alex Somers ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเร้าอารมณ์แบบฟูมฟาย แต่ถูกนิยามว่าเป็นดนตรีที่ “เปราะบางแต่สวยงาม” โดย HIKARI ให้อิสระทั้งคู่สร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และเธอยังร่วม “ร้องเพลง” เล็กๆ เป็นส่วนหนึ่งของสกอร์เพลงในหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพื่อให้ดนตรีเป็นสะพานเชื่อมความโดดเดี่ยวของ Phillip ไปสู่การได้รับการเยียวยา
.jpg)
เกร็ดน่ารู้ก่อนดู RENTAL FAMILY
- ครึ่งต่อครึ่ง หนังเรื่องนี้ใช้บทสนทนาเป็นภาษาญี่ปุ่น 50% และภาษาอังกฤษ 50% เพื่อความสมจริงในการเป็นคนต่างถิ่นในโตเกียว
- คำชื่นชมจากรุ่นใหญ่ หลังจากถ่ายจบวันแรก Brendan Fraser เดินไปบอกพ่อของหนูน้อย Shannon (ผู้รับบท Mia) ว่า “เธอคือคนที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานด้วย”
- หนังที่ทำให้ต้องโทรหาแม่ นักแสดง Takehiro Hira (เจ้าของบริษัทในเรื่อง) สารภาพว่าบทหนังเรื่องนี้ทำให้เขาที่มัวแต่ตามหาความฝัน ต้องรีบกดโทรศัพท์กลับไปหาคุณแม่วัย 80 ที่โตเกียวทันทีที่อ่านบทจบ
พบกับความหมายของคำว่า “ครอบครัวที่เราเลือกเอง” ใน “RENTAL FAMILY ครอบครัวให้เช่า” วันนี้ในโรงภาพยนตร์




