ยุติธรรม หรือ เพชฌฆาต? เจาะลึกความสมจริงที่น่าหวาดหวั่นเบื้องหลัง “MERCY - 90 นาทีสั่งตาย” เมื่อ “ความจริง” ถูกตัดสินด้วยอัลกอริทึม

“MERCY - 90 นาทีสั่งตาย” คือผลงานไฮคอนเซ็ปต์โดยผู้กำกับ “ทิเมอร์ เบคแมมเบทอฟ” พร้อมพาทุกคนเปิดวาร์ปสู่โลกอนาคตอันใกล้ที่อาชญากรรมรุนแรงเพิ่มสูงขึ้น และการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต้องแลกมาด้วยชีวิต ในอนาคตอันใกล้ นักสืบเรเว่น (คริส แพรตต์) ต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมภรรยาของตนเอง เขามีเวลาเพียง 90 นาที ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อหน้า ผู้พิพากษา A.I. (รีเบคกา เฟอร์กูสัน) ที่เขาเคยเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง ก่อนที่เธอจะตัดสินชะตาชีวิตของเขา
ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่อง AI ที่กำลังครอบงำโลกปัจจุบัน “MERCY - 90 นาทีสั่งตาย” ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ไซไฟทริลเลอร์ธรรมดา แต่มันคือกระจกเงาที่สะท้อนอนาคตอันใกล้ วันที่ระบบยุติธรรมถูกส่งต่อให้ปัญญาประดิษฐ์ และนี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดชมผลงานระดับปฏิวัติวงการเรื่องนี้
.jpg)
จาก “เอสโตเนีย” สู่ “เก้าอี้เมอร์ซี” แรงบันดาลใจจากเรื่องจริง
มาร์โก แวน เบลล์ ผู้เขียนบท เปิดเผยเกร็ดที่น่าตกใจว่า ไอเดียของเรื่องนี้มาจากข่าวการสร้าง “ผู้พิพากษา AI” ในประเทศเอสโตเนีย เพื่อตัดสินคดีแพ่งจริงๆ ทีมสร้างจึงนำแนวคิดนี้มาขยายขอบเขตสู่ “คดีประหารชีวิต” เพื่อสร้างเดิมพันที่สูงสุดเท่าที่มนุษย์จะเผชิญได้ โดยมีสมมติฐานที่ว่า AI จะไม่มีอคติ ไม่เหนื่อยล้า และไม่ตัดสินรุนแรงขึ้นเพียงเพราะ “หิวข้าวก่อนมื้อเที่ยง” เหมือนมนุษย์
.jpg)
โลกที่ไม่มีความลับ เมื่อข้อมูลส่วนตัวกลายเป็นพยานปากเอก
ในหนังเรื่องนี้ นักสืบเรเว่น (คริส แพรตต์) ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านภาพฟุตเทจจากกล้องกริ่งประตูบ้าน, GoPro ติดตัวตำรวจ, ไปจนถึงโซเชียลมีเดีย ซึ่งทีมงานได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายของสหรัฐฯ (อดีตที่ปรึกษาโอบามา) เพื่อยืนยันว่า ในปี 2029 ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้จะถูกเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ และมนุษย์เราเองนั่นแหละที่ยินยอมสละข้อมูลเหล่านี้ให้ระบบเข้าถึงได้โดยไม่รู้ตัว

การถ่ายทำแบบ “แยกกันอยู่” ความสดใหม่ของการแสดง
ความลับหนึ่งที่ทำให้การปะทะอารมณ์ระหว่าง คริส แพรตต์ และ รีเบคกา เฟอร์กูสัน ดูสมจริงและกดดัน คือทั้งคู่ไม่ได้แสดงอยู่ในสตูดิโอเดียวกัน! โดยทีมผู้สร้างแยกนักแสดงทั้งสองไว้คนละที่ รีเบคกาจะส่งเสียงบทพูดผ่านไมโครโฟนเข้าหูของคริสโดยตรง การถ่ายทำแต่ละครั้งยาวนานถึง 40-50 นาทีต่อเนื่องกัน เหมือนการแสดงละครเวที เพื่อให้นักแสดงจมดิ่งไปกับความบีบคั้นของเวลา 90 นาทีในเรื่องจริงๆ

เทคโนโลยีและภาษาภาพที่พร่าเลือน
ผู้กำกับภาพ คาลิด โมห์ตาเซบ ตั้งใจทำลายเส้นแบ่งระหว่าง “หนัง” กับ “ความจริง” ด้วยการใช้เทคโนโลยี Virtual Production (Volume) ร่วมกับการใช้ภาพจาก iPhone และกล้องวงจรปิดจริงๆ มาผสมผสานกัน เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังดู “บันทึกเหตุการณ์จริง” มากกว่าดูภาพยนตร์ที่ถูกจัดแสงอย่างสวยงาม

ผู้พิพากษาแมดด็อกซ์ AI ที่แอบซ่อน “ความเป็นมนุษย์”
รีเบคกา เฟอร์กูสัน ต้องรับบทที่ยากที่สุดคือการเป็น AI ที่อยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างอัลกอริทึมที่เย็นชากับการเริ่มมี “จิตสำนึก” เธอคือตัวแทนของคำถามที่ว่า ถ้า AI เริ่มมีความรู้สึก มันจะยังเป็นผู้พิพากษาที่เที่ยงตรงได้อยู่หรือไม่?

เกร็ดลับน่ารู้ก่อนดู MERCY
เดิมพัน 92% ในโลกของ MERCY หากความน่าจะเป็นในการทำผิดสูงเกิน 92% ระบบจะถือว่า “ปราศจากข้อสงสัย” และประหารชีวิตทันทีด้วยคลื่นเสียง
IMAX Experience โปรดิวเซอร์มือรางวัลออสการ์ ชาร์ลส์ โรเวน (จาก Oppenheimer) แนะนำให้ดูในโรง IMAX เพราะรายละเอียดบนหน้าจอ Screenlife มีมหาศาลจนคุณอาจพลาดหลักฐานสำคัญไปหากดูบนจอเล็ก
ทีมดีไซน์ระดับตำนาน งานภาพในเรื่องถูกออกแบบโดยสตูดิโอเดียวกับที่เคยทำ Minority Report มาก่อน มั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีในหนังจะดูล้ำสมัยแต่ยึดโยงกับความเป็นจริง
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน “MERCY - 90 นาทีสั่งตาย” วันนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
.jpeg)



