ย้อนไทม์ไลน์เพลงฮิต EXO ต้อนรับการกลับมาของ King of K-Pop

ย้อนไทม์ไลน์เพลงฮิต EXO ต้อนรับการกลับมาของ King of K-Pop

     EXO เดบิวต์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2012 กับคอนเซปต์วงสุดแปลกใหม่ เพราะพวกเขาคือกลุ่มเด็กหนุ่มที่มาจากดาว EXO Planet พร้อมพลังพิเศษต่าง ๆ โดยแรกเริ่ม EXO มีสมาชิกทั้งหมด 12 คน ประกอบด้วยคนเกาหลี 8 คน คนจีน 4 คน เหตุผลก็เพื่อการตีตลาดบันเทิงจีน ซึ่งพวกเขาจะแบ่งยูนิตการทำงานออกเป็น 2 ยูนิต ได้แก่ EXO – K (Korean) กับ EXO – M (Mandarin) ทำให้ทุก ๆ เพลงในอัลบั้มต้องมี 2 เวอร์ชัน 2 ภาษาเสมอ

การตื่นรู้ใต้เงาไม้แห่งชีวิต (MAMA) และการไล่ตามหาความรัก (What Is Love)

     ปี 2012 EXO มาพร้อมกับเพลงเดบิวต์ที่เต็มไปด้วยพลังและคอนเซปต์อันน่าจดจำ ซึ่งหากใครเป็นสาวก K-Pop จะต้องคุ้นหูคุ้นตากับอินโทรที่เหมือนบทสวดของเพลงนี้อย่างแน่นอน … Careless Careless Shoot! AnonymousHeartless Mindless No One Who Care About Me … นอกจากนี้ยังมีเพลง B-Side ที่โชว์พลังเสียงแบบสุด ๆ อย่าง What Is Love ซึ่งปราบเซียนสายร้อง (แต่ EXO เอาอยู่) อีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเพลงของ EXO ก็ยังไม่จับใจคนฟังมากมายนัก ทว่าใครเล่าจะรู้ ... อีกเพียงแค่ปีเดียวยุคสมัยของพวกเขาก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

 

คำบอกรัก (XOXO) และเสียงคำราม (Growl) ของเหล่าหมาป่า (Wolf)

     ปี 2013 เรียกว่าเป็นปีทองของ EXO ที่แท้จริง เพราะพวกเขากลับมาพร้อมกับเพลง Wolf และคอนเซปต์หมาป่าแสนเบียวได้ใจ สะสมจำนวนแฟนคลับมากขึ้นเรื่อย ๆ จนคว้ารางวัลแรกในรายการเพลง Music Bank มาได้ ก่อนที่จะนับถอยหลังสู่คลื่นความดังแบบถล่มทลาย ดังแบบฉุดไม่อยู่ ดังแบบพลิกหน้ากระดาน K-Pop ให้สลักชื่อของ EXO เอาไว้เป็นตำนานกับเพลง Growl และแฟชั่นชุดนักเรียนสีเทา สไตล์เด็กหลังห้องร้องหาความรัก อัด MV กันแบบ One Long Take ปิดจบยอดขายอัลบั้มเต็มครั้งแรกอย่าง XOXO ให้ทะลุ 1 ล้านในรอบ 12 ปี พร้อมคว้ารางวัล Grand Prize หรือแดซังสาขา Album of the Year ไปครองได้สำเร็จ แถมยุคนั้นก็ไม่มีหรอกคำถามที่ว่าเธอชอบบอยแบนด์วงไหน เพราะมันมีแต่คำถามว่าเธอชอบ EXO คนไหนต่างหาก  

 

ปาฏิหาริย์ธันวาคม (Miracle In December) กับบทเพลงแห่งหิมะแรก (The First Snow)

     ตำนานของ EXO ในปี 2013 ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะปลายปีพวกเขาได้ออก Winter EP ต้อนรับคริสต์มาสซึ่งมีทั้งหมด 5 เพลง เปิดเพลลิสต์ด้วย Miracle In December บัลลาดเนื้อหาลึกซึ้งพร้อมโชว์ศักยภาพของสายร้อง ปิดเพลลิสต์ด้วย The First Snow ที่ผ่านไปสิบกว่าปีก็ดันสร้างปาฏิหาริย์ ไวรัลทั่วโลกในยุคแอปพลิเคชัน TikTok บูม แถมยังขึ้นชาร์ตเพลงอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ทุกครั้งที่หิมะเริ่มตกด้วย

เสพติดความเจ็บปวด (Overdose) เพื่อทลายกำแพงสู่ยุคใหม่

     ปี 2014 ถือเป็นปีที่สานต่อความสำเร็จของ EXO ให้มากขึ้นไปอีก โดยพวกเขาได้ออกมินิอัลบั้มที่ 2 ในชื่อ Overdose และมียอดขายทะลุล้านอีกเช่นเคย เพิ่มเติมคือเริ่มต้นทัวร์คอนเสิร์ตแรกอย่าง EXO FROM EXOPLANET #1 - THE LOST PLANET ซึ่งสร้างสถิติขายบัตรคอนเสิร์ตหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่วินาทีจากจำนวนที่นั่งนับหมื่น ไม่ใช่เพียงแค่เกาหลีใต้เท่านั้นแต่รวมถึงไทยและประเทศอื่น ๆ ด้วยที่บัตรคอนเสิร์ตของ EXO ขึ้นชื่อว่าหาซื้อยากแสนยาก เพราะจำนวนของ EXO – L (ชื่อแฟนด้อม) ที่มีมากมายทั่วโลกนั่นเอง

     และแม้ว่าปี 2014 จะมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกครั้งแล้วครั้งเล่าจาก 12 คนเหลือเพียง 10 คน แต่จำนวนความสำเร็จอันล้นหลามที่มาพร้อมแสงสีเงินของแท่งไฟสาดส่องไปทั่วทุกแห่งเมื่อปรากฏตัว ยังคงส่งผลให้ EXO สามารถคว้ารางวัลแดซัง Artist of the Year รวมถึง Album of the Year มาได้ในที่สุด

เคลื่อนย้ายระบบ (EXODUS) ก่อนจะคืนฟอร์มแบบตัวพ่อ (Call Me Baby)

     แม้จะเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ปี 2015 EXO ก็ยังคงไต่บันไดความสำเร็จต่อไปด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 อย่าง EXODUS ซึ่งมีเพลงไตเติลคือ Call Me Baby ที่ฮิตถล่มทลาย คว้ารางวัลจากรายการเพลงไปได้ถึง 18 ถ้วย แซงหน้าเพลง Growl เมื่อปี 2013 ที่ทำไปได้ 14 ถ้วย นอกจากนี้ยอดขายอัลบั้มยังพุ่งสูงถึงล้านชุดจนติดชาร์ต Billboard Hot 200 ส่งผลให้ EXO คว้าแดซัง Album of the Year ไปได้อีกครั้งเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ทัวร์คอนเสิร์ตรอบ 2 อย่าง EXO PLANET #2 – The EXO’luXion ก็ประสบความสำเร็จแบบสุด ๆ ไม่ต่าง เพราะพวกเขาได้ขึ้นแสดง ณ Tokyo Dome ฮอลล์ขนาดใหญ่ความจุ 50,000 คนเป็นครั้งแรกด้วยบัตรที่ขายหมดเกลี้ยงทุกรอบการแสดง

สัญญา - คราบน้ำตา (Promise EXO 2014) และเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อทุกคน (Sing For You)

     ปี 2015 ยังคงเป็นปีที่ EXO แอคทีฟอยู่ตลอด โดยพวกเขาปล่อยอัลบั้มรีแพ็กเกจออกมาเมื่อกลางปีในชื่อ Love Me Right ซึ่งปิดจบเพลลิสต์ด้วยเพลงสำคัญอย่าง Promise EXO 2014 เพื่อบันทึกความทรงจำอันหวานปนขมระหว่าง EXO กับ EXO – L แต่งเนื้อร้องโดย 3 สมาชิกของวง ได้แก่ เลย์ ชานยอล เฉิน ก่อนปลายปีจะปล่อย Winter EP ตามมาอีกครั้งในชื่อ Sing For You กับเพลงไตเติลที่ใช้เสียงกีตาร์เป็นตัวนำผสมผสานด้วยเนื้อร้องกินใจทั้งสุข เศร้า เหงา ซึ้ง ปิดจบปี 2015 ของ EXO ได้แบบสวยงามด้วยจำนวนสมาชิกที่เหลือเพียง 9 คนนับจากนี้เป็นต้นไป  

ปีศาจแสนเศร้า (Monster) กับเกมส์บังคับ (EX’ACT) ที่ต้องใช้โชคเพียงหนึ่ง (Lucky One)    

     ปี 2016 นับว่า EXO กำลังยืนอยู่ในจุดที่เปล่งประกายสุด ๆ บนเส้นทางศิลปิน โดยคราวนี้พวกเขาปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ออกมาในชื่อ EX’ACT ซึ่งมีเพลงไตเติลถึง 2 เพลงด้วยกันนั่นคือ Lucky One และ Monster กับยอดขายที่ทะลุล้านอีกครั้งแบบไม่ต้องเดา แถมด้วยรางวัลแดซัง Artist Of The Year ที่นับเป็นแดซังติดต่อกัน 4 ปีซ้อนของ EXO ก่อนจะเริ่มต้นทัวร์คอนเสิร์ตครั้งที่ 3 อย่าง EXO PLANET #3 – The EXO’rDIUM ต่อด้วยการแสดง ณ Tokyo Dome อีกรอบ พร้อมปล่อยอัลบั้มรีแพ็กเกจ LOTTO ออกมาอีกครั้ง เรียกว่าเสิร์ฟผลงานกันแบบไม่มีพักเลยทีเดียว

บทเพลงฤดูหนาวจาก EXO ถึง EXO – L ... ด้วยชีวิต (For Life)

     EXO ยังคงส่งท้ายปี 2016 ด้วย Winter EP อีกเช่นเคยกับ For Life เพลงบัลลาดที่ขับกล่อมคนฟังผ่านเมโลดี้สุดละมุนจากเสียงเปียโน เสียงร้องสุดไพเราะของเหล่าสมาชิก และเนื้อหาเพลงสุดหวานซึ้งกินใจซึ่งทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในเพลงช้าจาก EXO ที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นของขวัญวันคริสต์มาสของ EXO – L ที่รอคอยกันมาตลอดทั้งปีด้วย

 

ต้อนรับรุ่งอรุณ (The Eve) บนสรวงสรรค์ (Ko Ko Bop) แห่งสมรภูมิใหม่ (The War)

     EXO ในปี 2017 นับว่าแปลกใหม่และเกินคาดสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะพวกเขามาในคอนเซปต์ชายหนุ่มเสื้อฮาวายสไตล์ชิล ๆ กับอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 The War ซึ่งมีเพลงไตเติลอย่าง Ko Ko Bop และเพลง B-Side กระแสแรงแย่งซีนอย่าง The Eve ที่มีท่าเต้นสุดเซ็กซี่ นอกจากนี้ปี 2017 ยังเป็นยุคแรกเริ่มของเทรนด์ชาเลนจ์ต่าง ๆ บน TikTok ด้วย ทำให้ EXO – L ผุด #KoKoBopChallenge ขึ้นมาเล่นกันจนฮิตไปทั่ว แถมเทรนด์เสื้อฮาวายก็ระบาดหนักในหมู่วัยรุ่นอีกต่างหาก ส่วนยอดขายอัลบั้มก็แน่นอนว่าทะลุล้านอีกเช่นเคยจนสามารถคว้ารางวัลแดซังได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

 

โอลิมปิกครั้งแรก (Power) กับการทะลุขีดจำกัด ณ จักรวาลแห่งเรา (Universe)

     หลังจากประสบความสำเร็จกับอัลบั้ม The War ทำให้ EXO ได้ออกอัลบั้มรีแพ็กเกจอีกครั้งในชื่อ The Power Of Music ที่มีเพลงไตเติลอย่าง Power ซึ่งต่อมาได้ถูกนำไปแสดงในพิธีปิดงาน Winter Olympic Pyeongchang 2018 ด้วย ก่อน EXO จะส่งท้ายปีไปกับอัลบั้มพิเศษ Universe ที่มาพร้อมเพลงบัลลาด Pop Rock กลิ่นอายใหม่ ๆ และถือเป็นอัลบั้มฤดูหนาวแบบจัดเต็มครั้งแรกของพวกเขา

 

ปรากฏการณ์อันร้อนแรง (Love Shot) ของจังหวะครั้งใหม่ (Tempo)  

     ปี 2018 EXO เดินสายทัวร์คอนเสิร์ต EXO PLANET #4 – The EℓyXiOn ซึ่งสร้างสถิติครั้งใหญ่ด้วยการขายบัตรหมดไวที่สุดในโลกด้วยเวลาเพียง 0.2 วินาทีเท่านั้นจากจำนวนคนดูกว่า 66,000 ที่นั่ง ณ Gocheok Dome นอกจากนี้พวกเขายังออกอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ในชื่อ Don’t Mess Up My Tempo กับเพลงไตเติล Tempo ที่โชว์ศักยภาพของการเป็น Vocal King ด้วยท่อนบริดจ์แบบ Acappella จนเรียกเสียงฮือฮาแบบสุด ๆ ก่อนจะตามมาด้วยอัลบั้มรีแพ็กเกจอย่าง Love Shot ที่ไวรัลด้วยท่าเต้นเวฟ เต็มเปี่ยมไปด้วยคาริสม่าและความเซ็กซี่ คนโคฟเวอร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง ส่งให้ Love Shot กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่โด่งดังที่สุดของ EXO ไปโดยปริยาย

การครอบงำของเงามืด (Obsession) และศึกระหว่าง EXO ปะทะ X-EXO  

     อัลบั้มเต็มชุดที่ 6 ของ EXO ในปี 2019 ใช้ชื่อว่า Obsession กับคอนเซปต์แหวกแนวที่ผุดเอาร่างเสมือนของ EXO ขึ้นมาในชื่อ X-EXO อันเต็มไปด้วยพลังดำมืดที่พยายามจะครอบงำตัวตนจริงเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาสามารถทำยอดขายให้ทะลุล้านชุดได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แล้ว อีกทั้งทัวร์คอนเสิร์ตอย่าง EXO PLANET #5 – EXplOration ก็ขายบัตรหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วทุกรอบการแสดงเช่นเคย

 

เมื่อความคิดถึงไม่มีคำว่าล้อเล่น (Don’t Fight The Feeling)

     หลังจากห่างหายไปสักพักเมื่อสมาชิกของ EXO ต้องเริ่มทยอยกันไปเข้ากรมทหารเพื่อรับใช้ชาติ รวมถึงข้อพิพาททางการเมืองระหว่างจีน – เกาหลีใต้ทำให้เลย์ซึ่งเป็นสมาชิกคนจีนเพียงหนึ่งเดียวไม่สามารถร่วมงานวงได้มาหลายปีนับตั้งแต่ปี 2016 ในที่สุดปี 2021 EXO ก็กลับมาอีกครั้งในอัลบั้มพิเศษ Don’t Fight The Feeling ที่มีเพลงไตเติลเป็นชื่อเดียวกัน พร้อมเซอร์ไพรส์แบบสุด ๆ กับการปรากฏตัวของเลย์บน MV ที่ทำเอา EXO – L ทั่วโลกแทบหลั่งน้ำตาด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ จนสร้างสถิติกลายเป็น MV เพลงของ EXO ที่มียอดวิวบน YouTube สูงสุดใน 24 ชั่วโมง โดยมียอดวิวมากถึง 30 ล้านวิวเลยทีเดียว

แม้จะผ่านไป 1 ทศวรรษ แต่เราก็ยังคงอยู่ (EXIST)

      EXO ฉลองครบรอบ 10 ปีด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 อย่าง EXIST ในปี 2023 โดยมีเพลงหลักสำหรับการโปรโมตถึง 3 เพลงที่ให้ไวบ์แตกต่างกัน เริ่มจาก Let Me In บัลลาดเพราะ ๆ ซึ้ง ๆ สำหรับใครที่คิดถึง EXO กับเพลงช้า ตามมาด้วย Hear Me Out เพลงสไตล์ Pop R&B จังหวะสนุก ๆ พอให้โยกตามได้แบบไม่มีเบื่อ และเพลงไตเติลอย่าง Cream Soda ที่ให้อารมณ์ของความเป็นตัวพ่อ หล่อ เซ็กซี่ คาริสม่าเกินร้อยที่มาพร้อมยอดขายอัลบั้มเกินล้าน สมฉายา King of K-Pop ตัวจริงเสียงจริง

 

การกลับมาของ EXO ที่จะพลิกโลกสู่ตำนานบทใหม่ (REVERXE)

     หลังจบจากภารกิจรับใช้ชาติ EXO เริ่มส่งสัญญาณการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในปลายปี 2025 กับงานแฟนมีต ‘EXO’verse ที่มาพร้อมเพลงใหม่ช้า ๆ ซึ้ง ๆ อย่าง I’m Home ให้ชาว EXO – L ได้หายคิดถึง แถมยังขนทัพเพลงฮิตมาโชว์บนเวทีงานประกาศรางวัล MMA 2025 และแสดงเพลง Back It Up เพลงใหม่จากอัลบั้มเต็มชุดที่ 8 ในชื่อ REVERXE ที่กำลังจะปล่อยออกมาให้ฟังกันเต็ม ๆ วันที่ 19 มกราคม 2026 ที่จะถึงนี้ในเวลา 18.00 น. (ไทย) ด้วย รับรองว่าสมการรอคอยอย่างแน่นอน


ช่องทางติดตาม EXO >>> YouTube: EXO / IG: weareone.exo / X: @weareoneEXO

 

EXO เดบิวต์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2012 กับคอนเซปต์วงสุดแปลกใหม่ เพราะพวกเขาคือกลุ่มเด็กหนุ่มที่มาจากดาว EXO Planet พร้อมพลังพิเศษต่าง ๆ