“ร่วมกันรอด” หรือ “แยกกันตาย” อุ่นเครื่องให้พร้อมก่อนเป็นสักขีพยานในศึกใหญ่ชนยักษ์ครั้งใหม่ “Godzilla x Kong: The New Empire”

“ร่วมกันรอด” หรือ “แยกกันตาย” อุ่นเครื่องให้พร้อมก่อนเป็นสักขีพยานในศึกใหญ่ชนยักษ์ครั้งใหม่ “Godzilla x Kong: The New Empire”

ศึกครั้งยิ่งใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป! เลเจนดารี่ พิกเจอร์ส นำเสนอภาพยนตร์แห่ง MonsterVerse (จักรวาลมอนสเตอร์) ที่จะพาเรากลับไปเผชิญหน้ากับ สองผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้งใน “Godzilla vs. Kong” ด้วยการผจญภัยครั้งใหม่ที่ทำให้ “คองผู้ยิ่งใหญ่” และ “ก็อดซิลล่าผู้น่าสะพรึง” ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่ภายในโลกของเรา และยังท้าทายการดำรงอยู่ของพวกมันรวมถึงพวกเราด้วย ในผลงานภาคต่อ “Godzilla x Kong: The New Empire” หรือชื่อภาษาไทย “ก๊อตซิล่าปะทะคอง 2 อาณาจักรใหม่” จะเจาะลึกไปถึงประวัติศาสตร์และการกำเนิดของเหล่าไททัน เช่นเดียวกับความลึกลับของ Skull Island และที่อื่นๆ ขณะเดียวกันก็เปิดเผยการต่อสู้ในตำนานที่ช่วยสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้และผูกมัดพวกมันไว้กับมนุษยชาติตลอดไป

นี่คือการกลับมาอีกครั้งของ อดัม วิงการ์ด ในฐานะผู้กำกับหลังจากที่เขาฝากอภิมหาความมันส์ ศึกใหญ่ชนยักษ์ในภาคที่แล้ว ภาคนี้นำแสดงโดย รีเบคก้า ฮอลล์ (Godzilla vs. Kong, The Night House), ไบรอัน ไทรี เฮนรี่ (Godzilla vs. Kong, Bullet Train), แดน สตีเวนส์ (Gaslit, Legion, Beauty and the Beast), เคย์ลี ฮอตเทิล (Godzilla vs. Kong), อเล็กซ์ เฟิร์นส์ (The Batman, Wrath of Man, Chernobyl) และฟาลา เฉิน (Irma Vep, Shang Chi and the Legend of Ten Rings)

บทภาพยนตร์โดย เทอร์รี รอสซิโอ (Godzilla vs. Kong, Pirates of the Caribbean), ไซมอน บาร์เร็ตต์ (You’re Next) และ เจเรมี สเลเตอร์ (Moon Knight) จากเรื่องราวโดย รอสซิโอ และ วิงการ์ด & บาร์เร็ตต์ สร้างจากตัวละคร Godzilla - ก็อตซิลล่า” ของ TOHO Co., Ltd. เป็นเจ้าของและสร้างสรรค์ ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดย แมรี่ พาเรนท์, อเล็กซ์ การ์เซีย, อีริค แม็คเลียด, โทมัส ทูล, จอน จาชนิ และ ไบรอัน โรเจอร์ส ผู้อำนวยการสร้างบริหาร ได้แก่ วิงการ์ด, เจน คอนรอย, เจย์ แอชเฮ็นเฟลเตอร์, โยชิมิซึ บันโนะ และ เคนจิ โอคุฮิระ

นี่เป็นอีกครั้งที่ วิงการ์ดได้ร่วมงานกับผู้กำกับภาพอย่าง เบน เซเรซิน (Godzilla vs. Kong, World War Z), ออกแบบงานสร้าง ทอม แฮมม็อค (Godzilla vs. Kong, X, The Guest), ลำดับภาพ จอช แชฟเฟอร์ (Godzilla vs. Kong, Molly’s Game), ออกแบบเครื่องแต่งกาย เอมิลี่ เซเรซิน (The Invisible Man, Top of the Lake) ประพันธ์เพลง ทอม โฮลเกนบอร์ก (Godzilla vs. Kong, Mad Max: Fury Road) และ อันโตนิโอ ดิ อิโอริโอ (Godzilla vs. Kong, Sonic the Hedgehog)

และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เป็นสักขีพยานซึกครั้งใหม่ว่าพวกเขาจะ “ร่วมกันรอด” หรือ “แยกกันตาย” ในฐานะผู้กำกับ อดัม วิงการ์ด เขาก็พร้อมแล้วที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังแนวคิดและงานสร้างของ Godzilla x Kong: The New Empire ให้พวกเราฟัง เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็ Let’s get It!!

การจับมือกันของ “คองผู้ยิ่งใหญ่” และ “ก็อดซิลล่าผู้น่าสะพรึง”

อดัม วิงการ์ด : เมื่อเราเห็นก็อตซิลล่าและคองต่อสู้กันอย่างดุเดือดในเรื่อง ‘Godzilla vs. Kong’ แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ? คำตอบที่ชัดเจนคือ ‘การจับมือกัน’ ผมจำได้ตอนที่เราสร้างเรื่องล่าสุดเสร็จสิ้นแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ย้อนกลับมาในความคิดของผมคือ ‘จากตรงนี้จะไปทางไหนต่อ?’ แต่ไอเดียที่จะให้ก็อตซิลล่าจับมือกับคองนั่นไม่ใช่จะสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ สองสัตว์ประหลาดนั้นต่างครองภาคพื้นดิน ผมเลยใช้แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากผู้สร้างภาพยนตร์คนโปรดของผม ‘จอห์น คาร์เพนเตอร์’ เขาเคยสร้างหนังเรื่อง ‘They Live’ ในเรื่องนั้น 2 ตัวละครหลักสำคัญต่อสู้กันแบบใส่แว่นตา นั่นคือช่วงเวลาที่สำคัญ ผมชอบไอเดียที่คนสองคนร่วมทีมกันต่อสู้เพราะความเข้าใจผิด ตัวละครของเราตอนนี้ที่เคยต่อสู้กัน เคยอยู่ในหนังร่วมกัน ยากที่จะนึกถึงภาพหนังเรื่องอื่นที่ไม่มีพวกเขา เมื่อเราจับคู่ก็อตซิลล่ากับคองขึ้นมาแล้ว เราไม่สามรถแยกพวกเขาออกจากกันได้ แต่พวกเขาจะไม่อยู่บนเส้นทางนั้นอีกต่อไป ทั้งคู่ต่างมีอีโก้สูงมาก และความสนุกอยู่ที่แม้พวกเขาจะร่วมทีมด้วยกัน ก็จะมีช่วงที่ทุกอย่างไม่ราบรื่นอย่างง่ายดาย พวกเขาเหมือนกับคู่หูตำรวจที่มีบุคลิกต่างกัน พวกเขาไม่สบตากันตลอดเวลา นั่นคือบรรยากาศที่เราสร้างขึ้นมา มีการจับมือกันสงบศึกชั่วคราว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

“เหล่าไททัน” ยักษ์ใหญ่ค่อยๆ มีการพัฒนาขึ้น

อดัม วิงการ์ด : ไม่ต่างจากนักแสดงทุกคน หากเราเคยร่วมงานกับพวกเขามาก่อน เราจะพัฒนาเรื่องความเข้าใจกัน ไม่ต่างกับก็อตซิลล่าและคอง ในการทำความเข้าใจเพื่อถ่ายทำพวกเขา ต้องรู้มุมของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากการร่วมงานกับพวกเขาในภาพยนตร์เท่านั้น เพราะการถ่ายทำสิ่งมีชีวิตสูง 300 ฟีตบางครั้งก็ท้าทายความรู้สึก แต่ความพิเศษอยู่ที่คองและก็อตซิลล่าต่างมีพัฒนาการเกิดขึ้นด้วย เช่นเดียวกับนักแสดงที่เหลือในภาพยนตร์

ในเรื่อง ‘Godzilla vs. Kong’ สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่ามีความต่อเนื่องกับภาพยนตร์เรื่องอื่น ก็อตซิลล่าต้องรู้สึกเหมือนก็อตซิลล่าที่เราพัฒนาขึ้นในมอนสเตอร์เวิร์ส และคองก็ต้องรู้สึกเป็นตัวละครเดิม แต่สำหรับผมจะมองหาโอกาสอัพเดทตัวละครขึ้นด้วย เพื่อให้เขามีภาพลักษณ์มุมใหม่ และผมไม่อยากให้มันดูเป็นการสุ่มไปเรื่อย ภาพยนตร์แนวนี้หลายเรื่องจะพยายามอัพเดทตัวละครและมีภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปในภาพยนตร์ภาคต่อ แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนั้นอย่างจริงจัง ผมอยากให้มันถูกผลักดันโดยเรื่องราว และผมรู้ว่าในการพัฒนาช่วงแรก ผมอยากให้ก็อตซิลล่ามีภาพลักษณ์แบบใหม่ แต่อยากแน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจในเรื่องราว และเราจะได้เห็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้

และอีกสิ่งหนึ่งคือผมชอบสีชมพูเป็นพิเศษ สีชมพูและฟ้าคือสีโปรดของผม มันเลยเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะพาก็อตซิลล่าไปอยู่จุดนั้น ตอนแรกผมคิดเรื่องก็อตซิลล่าผลัดผิวตัวเอง แต่เนื้อเรื่องดำเนินไปอีกทิศทางหนึ่ง แต่ในเรื่องนี้ก็อตซิลล่าได้เปลี่ยนสีผิว เขากลายเป็นความแปลกใหม่ในเรื่องนี้ และการออกแบบใหม่นี้ทำให้เราได้พาก็อตซิล่าเข้าสู่ยุคของโชวะที่ไม่ขึ้นกับเหตุผล ผมชอบหนังแนวนี้ที่เขาบินไปได้ทั่ว เขาเต้นได้ด้วยซ้ำ ผมคิดว่าหากก็อตซิลล่าเริ่มเต้น แต่โชะเรื่องความหลุดโลกเป็นแรงบันดาลใจ คำถามที่เกิดขึ้นคือ ‘เราพอจะทำให้ความไม่สมเหตุผลของโชวะดูสมจริง และทำให้อารมณ์การ์ตูนยุค 80 สมจริงได้หรือไม่?’ นั่นคือเรื่องพื้นฐานที่ผมพยายามทำ ผมอยากมีความไร้สาระและสมจริงอย่างสุดขั้วอยู่ตลอด และในภาพยนตร์ก็เล่นกับสิ่งนั้น ก็อตซิลล่าดีไซน์ใหม่สะท้อนสิ่งนั้นออกมา

ศัตรูตัวใหม่ สิ่งที่ก็อตซิลล่าและคองต้องเผชิญหน้าด้วย

อดัม วิงการ์ด : เมื่อมีภาพยนตร์ที่ชื่อว่า ‘Godzilla x Kong’ ไม่มีทางที่จะหนีบรรยากาศการวิ่งหนีของพวกเขาไปได้เลย เราจะพบกับบางสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องจับมือกันเพื่อเอาชนะ เราอยากให้มีเรื่องราวของตัวร้ายที่มีหลากหลายมุมมากกว่าเป็นแค่สัตว์ประหลาดอีกตัวหนึ่ง และมันต้องทำอะไรที่ส่งผลร้ายต่อโลกด้วย มันเป็นเรื่องปกติเวลาที่เราทำหนังเกี่ยวกับก็อตซิลล่าหรือคอง มนุษย์คือภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ และเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เกิดปัญหา นั่นคือสิ่งสำคัญต่อเรื่องราวของก็อตซิลล่าและคอง เพราะในหลายมุมของพวกเขาล้วนเกี่ยวข้องกับการทำลายโลกของมนุษย์และการรุกล้ำธรรมชาติ เพราะความเป็นมนุษย์ที่อยู่ในตัวละครของคอง ทำให้เรานึกถึงตัวร้ายอย่าง ‘สการ์คิง’ มันเป็นการเปิดประตูให้เราเล่าเรื่องราว ‘ความโหดร้ายของมนุษย์’ ออกมาได้ แต่จากมุมของความเป็นสัตว์ประหลาด นันหมายถึงการสร้างภัยร้ายที่ใหญ่ขึ้น และสการ์คิงเป็นผู้ควบคุมได้ มนุษย์มีทั้งกองทัพและอาวุธที่จะทำลายล้างมากมาย สการ์คิงก็มีมุมนั้นเช่นกัน มันต้องอาศัยสัตว์ประหลาดผู้เป็นฮีโร่บนโลกนี้จับมือกันหยุดยั้งเขาเอาไว้

2 ภารกิจในโลกกลวงใต้พิภพ “ฮอลโลว์เอิร์ธ”

อดัม วิงการ์ด : ข้อดีสำหรับเรื่องนี้คือเรามี 2 เรื่องราวสำคัญเกิดขึ้นพร้อมกัน เรื่องแรกคือจีอา (รับบทโดย เคย์ลี ฮอทเทิล) เดินทางไปจนพบว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอื่นอีก คือไอวี่ที่ยังหลงเหลืออยูในอารยธรรมอันน่าทึ่งที่ฮอลโลว์เอิร์ธ และอีกด้านหนึ่งคือเรื่องราวของคอง เขาเองก็พบว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่เหมือนเขา แต่ในมุมนี้พวกเขาอยู่ในดินแดนลึกลับอันโหดร้าย เราอยากสร้างความแตกต่างของโลกทั้ง 2 ใบนั้น และถ่ายทอดให้เห็นว่าจีอาและคองต่างต้องต่อสู้ฟันฝ่าในการเดินทางที่คล้ายกันมาก ทั้งคู่ต้องพบกับอุปสรรคในการอยู่รอดเป็นตัวสุดท้ายในสายพันธุ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าไปสำรวจความแตกต่างของทั้งคู่ในฮอลโลว์เอิร์ธซึ่งเป็น 2 เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกัน

ผมได้แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มากจากภาพยนตร์โชวะ ในดินแดนลึกลับที่จะได้สัมผัสในภาพยนตร์เหล่านี้ พร้อมด้วยบรรยากาศที่ใช้โทนสีหลักในเรื่อง แต่ทำให้คุณรู้สึกสมจริง นั่นคือสิ่งหนึ่งที่สำคัญและเป็นเป้าหมายของผม มีทางเดินยาวแบบยุค 80 มีการตั้งคำถามว่า ‘เราจะใช้โทนสีนั้นและสไตล์แบบนั้นโดยที่ทำให้รู้สึกสมจริงได้หรือไม่?  เราสร้างฐานทัพสำคัญโดยทาสีผนังเป็นเหลืองและแดง สร้างให้มันสูงขึ้นหน่อย และดูสกปรกสมจริงได้หรือไม่? เราสามารถสร้างพีระมิดคริสตัลสูง 400 ฟุตให้สมจริงได้หรือไม่?’ และในฮอลโลว์เอิร์ธอะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมคิดว่าเราคิดภาพฮอลโลว์เอิร์ธแบบพลิกประวัติศาสตร์มองจากมุมภายใน เหมือนมนุษย์เริ่มต้นในโลก จากนั้นค่อยขยายตัวออกไป นันคือเหตุผลที่อารยธรรมไอวี่เข้าถึงประตูที่ซ่อนไว้ภายใต้พีระมิดชาวอียิปต์ นี่คืออารยธรรมแอตแลนทีนในแบบเรา เราพูดกันว่านครแอตแลนติสไม่ได้อยู่บนภาคพื้นดิน เพราะมันอยู่ใต้ดินมาตลอด

ซูโก “คองจิ๋ว” ตัวใหม่

อดัม วิงการ์ด : ในช่วงแรกมีไอเดียที่จะรวมตัวละคร ‘ลูกชายของคอง’ เข้ามา และมันติดอยู่ในความคิดของผมเสมอ  ‘โอเค ในเรื่องจะต้องมีตัวละครลูกชาย แต่เราจะทำให้ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับคองอย่างไร และตัวละครนี้ควรมีหน้าตาแบบไหน?’ ผมไม่อยากให้รู้สึกเหมือนตอนที่ ‘Star Wars’ นำอีวอค หมีแห่งดวงจันทร์เอ็นดอร์เข้ามา และพวกเขากลายเป็นตุ๊กตาน่ารักน่ากอด ผมอยากให้ตัวละครนี้ทำลายความคาดหวังว่าตัวละครที่น่ารักต้องออกมาแบบไหน ซูโกเป็นตัวละครจิ๋วที่แกร่ง เขาไม่ได้เป็นแค่หมีน่ารักน่ากอด แม้เขาจะมีความน่ารักก็ตาม อันที่จริงหนังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณพ่อคุณแม่ด้วย เรามีดร.ไอลีน แอนดรูว์ (รับบทโดย รีเบ็คก้า ฮอลล์) พร้อมด้วยจีอา และเรายังมีคองที่ได้พบกับซูโก ทั้งคู่ต่างมีสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญ ผมพูดได้เลยว่าซูโกเป็นตัวละครหนึ่งที่ผมตื่นเต้นมากที่จะได้เห็น เพราะสิ่งเดียวที่ผมรู้ว่าจะต้องปรับปรุงเขาคือต้องมีดวงตาที่ดูเป็นมิตรและใหญ่ ผมคิดเสมอว่า ‘เราสร้างอะไรที่มีทั้งความน่ารักและความแกร่งในเวลาเดียวกันได้ไหม?’ จนกลายเป็นซูโกที่เห็นชัดเจนว่าเขาน่ารัก เขาใช้ความน่ารักนั้นเป็นตัวปรองดองกับผู้ที่อยู่รอบตัว แต่สุดท้ายเขาคือสิ่งมีชีวิตที่มีความแกร่ง เมื่อมองไปรอบๆ จะเห็นว่าไม่ค่อยมีวานรอายุเท่ากับเขาสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ไปไม่ถึงจุดนั้นหรือไกลกวานั้น ฉะนั้นเขาคือผู้รอดชีวิต

การเข้ามาของ “จอมเผด็จการ” สการ์คิง

อดัม วิงการ์ด : สการ์คิง เขาคือจอมเผด็จการวายร้ายคนสำคัญ [หัวเราะ] ความศิวิไลซ์รอบโลกและประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาต่างมีเผด็จการวายร้ายในแบบของตัวเอง ผมคิดว่าสการ์คิงเป็นวายร้ายสมัยโบราณ เขาเป็นตัวแทนของด้านมืดของมนุษย์ เขาคือผู้ครองเผ่าพันธุ์วานรในฮอลโลว์เอิร์ธ บงการทุกอย่าง และทำเพื่อตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในหนังยังมีห้องบัลลังก์ของเขาที่จะเห็นมุมฮาเร็มเล็กๆ พร้อมกับวานรตัวน้อยที่ดูเหมือนสการ์คิงขนาดเล็ก เขาควบคุมทุกอย่างมาเป็นเวลานาน ปล่อยให้วานรเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา ปกติแล้วเหล่าวานรเหมือนอยู่ในนรก พวกมันไม่เหลือวิญญาณ และเขาคือปีศาจร้าย

สิ่งที่ผู้ชมคาดหวังได้ในเรื่อง

อดัม วิงการ์ด : สำหรับผมเวลาที่ลูกกับผมดูหนังเรื่องก็อตซิลล่าด้วยกัน และพูดเวลาก็อตซิลล่ากับมอธร่าร่วมทีมกัน พร้อมด้วยแองกุยรัสและตัวละครทั้งหมด ผมเข้าใจว่าสัตว์ประหลาดกำลังสื่อสารอะไรกัน ไม่จำเป็นต้องมีใครอธิบายให้ฟังเลย บอกตามตรงว่าผมแทบไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามนุษย์พูดกันอย่างไรในหนังภาคก่อน สิ่งที่เรียกความสนใจจากผมได้คือสัตว์ประหลาดในบรรยากาศที่สมจริงและการสื่อสารกัน มันทำให้ผมอยากลงไปสำรวจมากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ตื่นเต้น การสร้างเรื่อง ‘GvK’ ทำให้ผมมั่นใจว่าปล่อยให้สัตว์ประหลาดเหล่านี้ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองได้ ปล่อยให้พวกเขาเป็นเพียงตัวละคร นับเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในการสร้างหนังสัตว์ประหลาด มีอีกหลายสิ่งที่เราไม่สามารถเตรียมพร้อมล่วงหน้าได้ ผมเผชิญหน้าพร้อมกับความรู้สึก  ‘โอเค [หัวเราะ] ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าจะสร้างหนังสัตว์ประหลาดอย่างไร และตอนนี้ก็พร้อมจะสร้างอีกครั้งแล้ว ผมเก็บความรู้ทุกสิ่งเอาไว้ นำมาปรับใช้และพัฒนาสู่ขั้นต่อไป’ เพราะในที่สุดแล้วผมไม่ได้อยากสร้างแค่หนังในโลกของสัตว์ประหลาด แต่อยากให้มีความตื่นเต้นแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน ผมอยากให้มีช่วงเวลาที่ได้อ้าปากค้างในหนังสัตว์ประหลาด ไม่ว่าจะเป็นหนังแนวใดก็ตามที่สร้างในอนาคต ไม่ว่าสัตว์ประหลาดจะเดินทางไปไกลได้ขนาดไหนก็ตาม ผมอยากให้เรื่องนี้บอกเล่าทุกอย่าง และผมอยากเดินออกไปอย่างมั่นใจว่าเราสร้างทุกอย่างเอาไว้แล้ว และเรื่องราวทั่วไปของผู้คนด้วย!

วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส และ เลเจนดารี่ พิคเจอร์ส นำเสนอผลงานการผลิตระดับตำนาน ภาพยนตร์โดย อดัม วิงการ์ด ขั้นสุดของปรากฏการณ์ใหญ่ชนยักษ์ครั้งใหม่Godzilla x Kong: The New Empire ก๊อตซิล่าปะทะคอง 2 อาณาจักรใหม่เข้าฉาย 28 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ ทั้งในระบบปกติและระบบพิเศษ และสัมผัสประสบการณ์ใหญ่เต็มตา คำรามแต่ละครั้งดังสนั่นสะเทือนทุกเก้าอีสมฐานะ Filmed For IMAX ในระบบ IMAX และ IMAX with Laser เท่านั้น

 

“ร่วมกันรอด” หรือ “แยกกันตาย” อุ่นเครื่องให้พร้อมก่อนเป็นสักขีพยานในศึกใหญ่ชนยักษ์ครั้งใหม่ “Godzilla x Kong: The New Empire ก๊อตซิล่าปะทะคอง 2 อาณาจักรใหม่”