มนุษย์มีพลังธรรมชาติ ในการเยียวยาตัวเอง

มนุษย์มีพลังธรรมชาติ ในการเยียวยาตัวเอง

เรื่องของพลังธรรมชาติที่มีอยู่ในตัวเอง หมอเชื่อว่าเราพบเห็นได้บ่อยจากในภาพยนตร์ หรือหนังการ์ตูน ตัวละครเอกอย่าง วูล์ฟเวอรีน ที่มีพลังในการรักษาตัวเองจากอาการบาดเจ็บ อาจเป็นภาพที่ไกลตัวเรานักหากจะให้นึกถึง หรือแม้กระทั่งวิวัฒนาการในการรักษาอาการบาดเจ็บจากในการ์ตูนอย่างเรื่องดราก้อนบอล ที่เข้าไปในตู้คืนพลัง หรือถั่ว เซนซีที่กินแล้วช่วยฟื้นพลัง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ช่างไกลจากความเป็นจริง แต่หมอเชื่อเหลือเกินว่า หลายคนอยากได้สิ่งเหล่านี้ เพราะโรคภัยไข้เจ็บจะได้ไม่มารังควานเรา และคนที่เรารัก ในโลกแห่งความเป็นจริง มนุษย์เราทุกคน มีพลังในการเยียวยารักษาตัวเอง เหมือนกับ บรรดาฮีโร่ที่หมอเอ่ยไปข้างต้นนั่นละครับ ทว่า ความเร็วในการเยียวยารักษาตนเองไม่เท่ากับในภาพยนตร์หรือการ์ตูนเท่านั้นเอง เราลองนึกดูง่าย ๆ ก็ได้ครับ กระดูกของเราที่หัก ก็สามารถเชื่อมต่อติดกันเองได้ เพียงแต่ต้องอาศัย ความเชี่ยวชาญในการรักษา จัดให้มันตรง และนิ่งพอ ใช้เวลาสักระยะหนึ่งให้มันเชื่อมต่อกัน หรือที่เรา เรียกว่า ใส่เฝือก ผ่าตัดดามเหล็กนั่นเอง หรืออย่างเนื้อของตับ หากถูกตัดออก ก็ สามารถที่จะงอกใหม่เองได้ แต่มันต้องใช้เวลาในการเยียวยารักษาตัวเองไม่ใช่ข้ามคืนก็กลับมาเหมือนเดิม

แม้กระทั่งอาการหวัด ที่เกิดจากไวรัส ไม่มี ยารักษา ร่างกายก็สามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้ ร่างกายค่อย ๆ ดีขึ้นได้อาจจะแค่พักผ่อนให้เพียง พอเท่านั้นเอง การรักษาด้วยการใช้ยา ไม่ได้ทําให้ เราหายจากหวัดนะครับ แต่ช่วยบรรเทาอาการ ของโรคให้เบาลง ให้เราไม่รู้สึกทรมานจากอาการ ของโรคเท่านั้นเอง และเมื่อไรก็ตามที่เราสร้าง ภูมิต้านทานไวรัสนั้น ๆ ได้เราก็จะหายจากโรค แต่ในกรณีเบื้องต้นก็มีข้อยกเว้น เพราะหาก เราเป็นไข้หวัด และมีการติดเชื้อจากแบคทีเรีย แทรกซ้อนไป คุณหมอก็จะให้ยาเพื่อรักษาอาการ นั้น ๆ เราก็ต้องกินยาให้ครบตามแพทย์สั่ง วิธีสังเกตร่างกายของเราก็ง่าย ๆ ดูจากน้ำมูก ๆ เสมหะ ถ้ามีสีเหลืองหรือเขียว ก็ควรกินยาตาม แพทย์สั่ง ไม่เพียงแค่ไวรัสของไข้หวัด เมื่อร่างกายเรา ติดเชื้ออื่น ๆ ก็เหมือนกัน โดยเฉพาะเกิดจากไวรัส ถ้าร่างกายสามารถสร้างภูมิต่อต้านเชื้อโรคได้ ร่างกายเราก็จะเยียวยาหายเองได้ และส่วนใหญ่ ก็เป็นแบบนั้นแต่ถ้าภูมิต้านทานของเราไม่ดีมาก ๆ แม้ว่า เราจะกินยาแค่ไหนก็ตาม ก็ช่วยไม่ช่วย เหมือน เคสหนึ่งที่หมอจะเล่า

น้องเอ อายุประมาณ 4 ขวบ คุณแม่ พามาพบหมอด้วยอาการป่วยบ่อยมาก ๆ คุณแม่ให้ประวัติว่าตั้งแต่โตมา น้องเออยู่โรงพยาบาลมากกว่าอยู่บ้าน ซะอีก น้องเอเข้า ๆ ออก ๆ จากโรง พยาบาลเป็นว่าเล่น ออกจากโรงพยาบาล ได้สองถึงสามวันก็ติดเชื้อต้องแอดมิทเข้า โรงพยาบาลอีกแล้ว สอบถามคุณแม่เรื่องการกินอาหาร พบว่าน้องไม่ยอมกินผัก กินอาหารได้น้อย กินได้แต่ นม และขนม เป็นส่วนใหญ่ เมื่อคุณแม่และคุณยายเห็นว่าน้อง ไม่ค่อยกินข้าว ก็เลยยิ่งให้พยายามกินนม มากขึ้น ส่วนขนมน้องจะร้องขอกินทุกวัน แต่เวลากินอาหารกลับต้องไล่ป้อน หมอได้แนะนําให้น้องเอปรับอาหาร

โดยแนะนําให้น้องเอกินข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์มากขึ้น และให้งดดื่มนม และงดขนมโดยเด็ดขาด หลังจาก 1 เดือน ผ่านไป น้องเอกลับมาพบ คุณแม่เล่าให้หมอฟังว่า เดือนนี้เป็น เดือนแรกในชีวิตที่น้องเอไม่ต้องแอดมิท เข้าโรงพยาบาล แม้จะยังไม่สามารถงด ขนมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อาการก็ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด เห็นไหมว่า ร่างกายเราเยียวยาตัวเอง ได้จริง และในความเป็นจริงร่างกาย ซ่อมแซมตัวเองหรือทําให้ร่างกายแข็งแรง ได้ง่าย ๆ ด้วยสารอาหาร 5 หมู่ที่มีคุณภาพ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ได้แก่ ข้าวกล้อง, โปรตีนไม่แปรรูป ได้แก่ เนื้อ สัตว์ออร์แกนิค, ไขมันตัวดี เช่น โอเมก้า 3 จากอาหารทะเล และเนื้อสัตว์ออร์แกนิค แต่ต้องไม่ทอด เพราะความร้อนสูง ๆ จะ ทําลายโอเมก้า 3 ในอาหาร, วิตามิน และ เกลือแร่ ได้จากผักสด ผลไม้สด ตัวขัดขวางการซ่อมแซมตัวเอง ได้แก่ อาหารที่ไม่ใช่สารอาหาร สารเคมีใน อาหาร สารพิษที่เจือปนมาในสารอาหาร มลพิษในสิ่งแวดล้อม โลหะหนัก เพราะ - ฉะนั้นความเข้าใจว่า “กินอะไรก็ได้” เป็น - ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง การกินอาหารขยะเข้าไปแล้ว หวังว่า สุขภาพจะแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ก็ไม่ แตกต่างจากหวังว่า ปลูกต้นสะเดาแล้ว น ขอให้ได้กินผลมะม่วง  เช่นนั้นแล้ว การกินอาหารที่เหมาะสม แด เป็นพื้นฐานของสุขภาพดี และจะช่วยให้ บน ร่างกายมีพลังเยียวยารักษาตัวเองได้อย่าง มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

เรื่องของพลังธรรมชาติที่มีอยู่ในตัวเอง หมอเชื่อว่าเราพบเห็นได้บ่อยจากในภาพยนตร์ หรือหนังการ์ตูน