It man man's world!

MEN'S INSPIRATION "Every People Can Inspire You"
iNTELLIGENCE "It's Time To Play Hard"
X-Cited "No More Boring Life. Enjoy!"

show

นิธิ สถาปิตานนท์

อาคารอันทันสมัยสไตล์โมเดิร์นของบริษัทสถาปนิก49จำกัดตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท26ปกคลุมด้วยต้นไม้ร่มรื่นอบอวลด้วยมวลศิลป์ทั้งภาพเขียนภาพพิมพ์ติดผนังและประติมากรรมลอยตัวการเล่นระดับสถาปัตยกรรมแลดูเนียนนุ่มการจัดแสงและการวางห้องหับลงตัวดุจขุมกำลังคลังสมอง

อาจารย์นิธิสถาปิตานนท์คือหนุ่มใหญ่วัยเกษียณศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะสถาปัตยกรรม(แบบร่วมสมัย)ปีพุทธศักราช2545และเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัทสถาปนิก49เมื่อเราได้ปฏิสัมพันธ์สนทนาในเชิงบวกกันท่านก็ได้ขยายถึงที่มาของคุณสมบัติเบื้องต้นของเหล่าสถาปนิกว่าจะต้องมีความอดทนมีจิตวิทยาสูงใจกว้างซื่อสัตย์ในวิชาชีพมีมนุษย์สัมพันธ์กับการเข้าสังคมนอบน้อมถ่อมตนผูกมิตรไม่คิดสร้างศัตรูพร้อมยกย่องสรรเสริญผู้อื่นให้เข้ากับยุคสมัยได้นั่นคือสุดยอดของจุดมุ่งหมายแห่งความคิดของสถาปนิกร่วมสมัยเยี่ยงเขา

อาภรณ์ประดับชาติ

อาจารย์นิธิพรรณนาจั่วหัวถ่ายทอดอารมณ์เสมือนเป็นออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยหลังจากคุ้นเคยกัน

“งานของผมเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยจะแตกต่างจากอาจารย์วนิดาพึ่งสุนทรอาจารย์ฤทัยใจจงรักและอาจารย์อาวุธเงินชูกลิ่นพี่ทั้งสามท่านเป็นศิลปินแห่งชาติสายสถาปัตยกรรมไทยแบบประเพณีจะสร้างบ้านมีช่องลมมีช่อฟ้าใบระกาแต่ของผมเป็นสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยยกตัวอย่างเช่นตึกมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆอยู่หน้ามหาวิทยาลัยริมถนนพหลโยธินรังสิตตึกนี้มีคนพูดถึงกันเยอะหรืออย่างตึกของคิงเพาเวอร์ก็เป็นไฮไลต์ของเราเพราะใหญ่มากมีทั้งโรงแรมออฟฟิศดิวตี้ฟรี

“ผลงานที่เด่นชัดอีกอันหนึ่งก็คืออาคารที่ทำการกระทรวงการต่างประเทศที่ถนนศรีอยุธยากรุงเทพฯอันนี้ชนะเลิศการประกวดออกแบบได้รับรางวัลเหรียญทองจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเมื่อปีพ.ศ.2536ตอนที่ออกแบบอาคารกระทรวงการต่างประเทศนั้นต้องตั้งใจมากเพราะว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องรองรับแขกบ้านแขกเมืองระดับประเทศทั้งภายในภายนอกเราต้องคิดกันหนักเพื่อทำออกมาให้ประณีตสวยงามงานใหญ่ๆระดับนี้ต้องช่วยกันทำงานหลายคน

“ผมเองมีความสนใจงานสถาปัตยกรรมตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนที่ผมสอบเข้าจุฬาฯผมก็ปักหลักเข้าสถาปัตยกรรมเลยโดยเฉพาะชีวิตช่วงที่เรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยได้สอนอะไรผมเยอะมากไม่ใช่มุ่งแค่เรียนอย่างเดียวที่นี่สอนเรื่องการปกครองเด็กโตต้องปกครองเด็กเล็กเด็กเล็กต้องเคารพเด็กโตเด็กโตต้องทำโทษเด็กเล็กได้สมัยผมนั้นเฆี่ยนได้ตีได้(หัวเราะ)คนที่จะลงโทษต้องมีการตัดสินใจที่ยุติธรรมนั่นคือระบบจึงจะทำให้นักเรียนส่วนใหญ่รู้เรื่องการปกครองรู้จักเรื่องของจิตวิทยาเพราะเรื่องนี้เป็นนโยบายของในหลวงรัชกาลที่6อยู่แล้วที่ต้องการให้เด็กวชิราวุธฯนั้นเป็นสุภาพบุรุษแล้วพระองค์ก็ทรงวางรากฐานมุ่งเน้นการเรียนแบบโรงเรียนประจำสอนให้เป็นนักกีฬารู้จักแพ้รู้จักชนะรู้การให้อภัยเพราะมันอยู่ในเกมหมดสิ่งที่ผมได้ติดตัวมาตลอดคือด้านการปกครองจนกระทั่งผมได้มาเรียนที่จุฬาฯก็ได้เป็นหัวหน้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แล้วก็มาทำงานด้านสังคมผมจะสอนให้เด็กรู้จักการบริหารจัดการเมื่อเริ่มจัดตั้งบริษัทขึ้นมาก็ต้องปกครองบริหารคนกว่า300ชีวิตโดยใช้หลักของวชิราวุธฯปกครองจะลงโทษเขาต้องมีความยุติธรรมแล้วต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับเขาการปกครองต้องอ่านจิตวิทยาเขาให้ออกเราถึงจะได้คนดีมีฝีมือมาอยู่ด้วยกันกับเรา”

พรสวรรค์&พรแสวง

แรงบันดาลใจที่ทำให้ชื่นชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆมาจากอะไรนั้นอาจารย์นิธิเปรยให้ฟังพอเป็นน้ำจิ้ม

“ผมมองว่าตั้งแต่เด็กๆผมเป็นพวกBorn to Beเหมือนอย่างอาจารย์จักรพันธุ์โปษยกฤตผมรู้จักกับเขาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่วชิราวุธฯตอนเด็กๆเขาชอบเขียนรูปมากเขาเขียนได้สวยมากจนส่งเข้าประกวดได้รับรางวัลกรรมการบางท่านเขาไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของนักเรียนซึ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมเป็นคนเขียนเพราะเขาเขียนรูปสีน้ำมันแต่ของผมไม่ใช่สไตล์แบบเขามากนักจนกระทั่งได้มาเรียนสายอาร์ตแต่ความจริงมันชอบด้วยความเป็นตัวตนของเราเพราะสมัยนั้นเวลามีงานที่โรงเรียนเราจะต้องทำฉากเขียนฉากออกแบบเวทีผมจึงได้รับมอบหมายทุกครั้งที่มีงานของโรงเรียนหรืองานของคณะสถาปัตยกรรมก็ต้องทำอย่างนี้อยู่4-5ปีก่อนจะจบมันจึงทำให้ผมชอบงานด้านนี้

“ตอนอยู่วชิราวุธฯผมได้เป็นนักเขียนและได้เป็นบรรณาธิการหนังสือของโรงเรียนแต่พอมาตั้งบริษัทสถาปนิกฯผมจึงมาตั้งบริษัททำหนังสือชื่อบริษัทลายเส้นพับบลิชชิ่งจำกัดผมชอบทำหนังสือและเป็นนักเขียนไปด้วยปัจจุบันทำหนังสือชื่อหนังสือ‘เยี่ยมบ้านศิลปิน’และหนังสือในเครืออีกหลายเล่มเช่นart4d

“พอเข้ามหาวิทยาลัยต้องเรียนถึง5ปีชีวิตมันก็ถูกหล่อหลอมทำให้เราได้ฝึกฝนจนออกมาเป็นสถาปนิกที่ดีได้คำว่าสถาปนิกนั้นคืออะไรผมมาเข้าใจในตอนเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยว่าเราชอบหรือไม่ชอบหรือชอบมันจนอยู่ในสายเลือดบางคนอาจจะไม่ชอบเรียนมา5ปีแทบเอาตัวไม่รอดเลยก็มีเมื่อทำงานไปแล้วมันก็ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากตัวเองไม่ชอบจริงๆอย่างผลงานของศิลปินก็เหมือนกันถ้าศิลปินไม่ชอบเขียนภาพมันทำไม่ได้หรอกกว่าจะเสร็จต้องใช้เวลาเป็นเดือนเงินก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่าสถาปนิกทำงานโปรเจ็คท์หนึ่งใช้เวลา3ปี5ปีถ้าเราไม่มีเลือดของสถาปนิกอยู่ในตัวเราก็จะเบื่อกว่าเราจะทำเสร็จต้องไปอธิบายกับลูกค้าเขาจะให้เราแก้ไขอย่างไรเราก็ต้องเฮฮาสนุกสนานกับลูกค้าก็ต้องแก้กันไปเหมือนกับที่ผมทำคิงเพาเวอร์ต้องใช้เวลาถึง5ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์”

ดีเอ็นเอเข้มข้นต้นตระกูลช่าง

อาจารย์นิธิสืบทอดสายเลือดเข้มข้นช่างสถาปัตยกรรมมาตั้งแต่อดีตบรรพบุรุษจึงมีความชำนิชำนาญด้านสถาปัตยกรรมมาถึงปัจจุบัน

“นามสกุลสถาปิตานนท์เป็นนามสกุลพระราชทานมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ผมคือพระยาอุภัยภาติเขตร์สมัยนั้นคุณปู่ท่านไปเป็นนายอำเภออยู่ที่อำเภอสองพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรีนายอำเภอเองก็ไม่ได้ใกล้ชิดในหลวงเท่าไรแต่ด้วยความที่คุณปู่ชอบทำบ้านทรงไทยชอบทำพลับพลาเวลาในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปที่อำเภอสองพี่น้องคุณปู่ท่านจะเป็นคนทำพลับพลาที่ประทับทำด้วยไม้ที่ไปหามาจากในป่าซึ่งในหลวงท่านก็ประทับใจมากจึงเรียกคุณปู่ผมมาพบ

“ตามจริงคุณปู่น่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าเมืองสุพรรณบุรีแต่ท่านก็บอกไม่เอาอยากอยู่อำเภอสองพี่น้องแล้วท่านก็ได้พระยาพร้อมนามสกุลพระราชทานสถาปิตานนท์ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกันกับสถาปัตยกรรมนี่คือต้นตระกูลแต่ว่าครอบครัวผมตั้งแต่คุณปู่มาจนถึงคุณพ่อผมก็ไม่มีใครเป็นสถาปนิกจนกระทั่งมาถึงตัวผมจำได้ว่าตอนเด็กๆผมมักจะนำกล่องกระดาษมาทำเป็นบ้านเล่นเวลาปิดเทอมทำได้ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมแสดงว่าเราเป็นสถาปนิกอยู่ในตัวจึงตัดสินใจเข้าสถาปัตยกรรมจุฬาฯ”

สถาปัตยกรรมกับการแสดงดูเหมือนจะแยกไม่ออกจากกันปัจจุบันนิสิตสถาปัตยกรรมที่จบออกมาอยู่แวดวงบันเทิงสร้างสรรค์ผลงานจนประสบผลสำเร็จมีหลากหลายรุ่น

“เพราะคณะสถาปัตยกรรมจุฬาฯเขาสนับสนุนกันมาจนเป็นประเพณีแล้วเด็กเองก็อยากทำกิจกรรมด้วยมันเริ่มต้นมาจากยุคผมตอนนั้นเราทำหนังเราสร้างภาพยนตร์ของคณะสถาปัตยกรรมสร้างหนังเสร็จก็นำมาฉายเพื่อหาเงินสักก้อนหนึ่งฉายรอบ6โมงเช้าที่โรงหนังคิงส์,ควีน,แกรนด์ในสมัยนั้นฉายเพียงรอบเช้าแล้วเราก็ได้เงินมา1-2แสนบาทแค่นั้น

“จากการทำหนังในยุคก่อนก็พัฒนามาสู่ละครเวทีในยุคหลังเมื่อทำละครทำแล้วก็ต้องเล่นหลายรอบเหตุผลที่เด็กยุคนี้หันมาทำละครพันธุ์ใหม่เพราะเขาต้องการเงินเพื่อนำเอามาจัดกิจกรรมกิจกรรมออกค่ายบ้างกิจกรรมกีฬาบ้างเพราะเงินกิจกรรมบางคณะมหาวิทยาลัยไม่มีเงินให้ก็ต้องอาศัยจากเด็กที่ต้องมาหากันเองก็เลยทำละครซึ่งหาได้เป็นกอบเป็นกำเล่นละครกันเป็นสิบๆรอบนั่นคือละคร’ถาปัดบางคนจบออกไปแล้วก็วนเวียนมาเล่นให้ฟรีๆไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับแสงผู้กำกับเสียงผู้กำกับเวทีฝ่ายฉากต่างๆมาทำให้ฟรีทั้งนั้นค่าใช้จ่ายจึงไม่มากเดี๋ยวนี้เก็บเงินจากการเล่นละครที่คนเข้ามาชมได้เป็นล้านๆบาทเพื่อที่จะนำเงินไปทำอะไรต่ออะไรทั้งการนำไปสร้างโรงเรียนสร้างห้องสมุดออกค่ายอาสาฯตามต่างจังหวัดของคณะสถาปัตยกรรม

“เพราะสถาปัตยกรรมโดยเนื้อแท้จะสอนเรื่องการออกแบบคิดสร้างสรรค์งานเมื่อออกแบบแล้วต้องสร้างขึ้นมาให้เป็นจริงได้การสอนสถาปัตยกรรมจึงแตกต่างจากคณะอื่นคณะสถาปัตยกรรมเมื่อคิดแล้วคุณต้องเขียนๆแล้วต้องหาให้เจอคุณต้องสามารถนำไปสร้างให้ได้ด้วยฉะนั้นคุณต้องบริหารจัดการเป็นสร้างเป็นรูปธรรมให้ได้ซึ่งตรงนี้เด็กสถาปัตยกรรมจะเก่งทุกอย่างต้องออกแบบบ้านจริงออกแบบแล้วสร้างได้กระบวนการตรงนี้มันเป็นกระบวนการที่ยาวมาก”

ฟูมฟักคมความคิด

“เด็กสถาปัตย์ต้องเรียน5ปีทุกปีจะทำโปรเจ็คท์ปีละ6โครงการทุกโปรเจ็คท์จะต้องบริหารจัดการได้อย่างการคิดออกแบบแล้วเอาไปขายไอเดียขายไอเดียเสร็จปุ๊บก็ต้องออกไปเขียนแบบเขียนแบบอย่างละเอียดจะต้องทำโมเดลถึงจะนำไปสร้างได้จึงทำให้พวกเขามีความคล่องตัวมากเมื่อพวกเขาจบออกไปบางทีไปเขียนบทภาพยนตร์หรือไปกำกับเวทีหรือไม่ก็ไปจัดรายการก็ต้องใช้ในเรื่องของความคิดคอนเส็ปต์ของรายการต่างๆก็สามารถทำได้โดยเฉพาะพิธีกรเด็กสถาปัตย์ต้องพูดทุกคนพูดขายความคิดต้องพรีเซนต์กับอาจารย์กว่าจะจบ5ปีต้องทำอย่างน้อย30โปรเจ็คท์ฉะนั้นทุกคนต้องพูดเป็น

“แต่บางคนก็ไม่ชอบพูดมากชอบดีไซน์อย่างเดียวหากพูดไม่เป็นพวกนี้ก็มักจะไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเขาอาจจะคิดอะไรเก่งเรียนได้เกียรตินิยมมาแต่ขายความคิดไม่เป็นก็ไม่สามารถแสดงให้คนอื่นเข้าใจได้คนไม่สนใจเขาเขาก็จะเกิดความท้อแท้เลิกล้มไปก็มีเยอะมาก

“คุณปัญญานิรันดร์กุลก็เป็นอีกตัวอย่างที่ดีอีกตัวอย่างหนึ่งที่จบจากสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาฯแล้วมาทำรายการโทรทัศน์รายการของเขาจะมีอะไรแปลกๆโดยมีคุณประภาสชลศรานนท์รุ่นน้องคณะสถาปัตย์เข้ามาช่วยคิดในการสร้างสรรค์

“ผมสร้างสรรค์ผลงานไว้เยอะมากจำแทบไม่ได้เพราะผมให้ความสำคัญผลงานเท่าๆกันก่อนหน้านั้นผมอยู่บริษัทอื่นมาก่อนผลงานในยุคนั้นมีอาคารที่น่าสนใจอยู่หลายอาคารที่ผมช่วยออกแบบเช่นตึกบริษัทบุญรอดฯตึกปูนซีเมนต์ไทยตึกอสมท.ถ้าจะถามว่าภูมิใจตึกอะไรบ้างอาชีพอย่างผมเมื่อทำเสร็จแล้วเดี๋ยวก็คิดงานอันใหม่ออกมาแต่ของใหม่ต้องดีกว่าของเก่าในขณะเดียวกันเราเป็นคนออกแบบเราจึงรู้ว่าตึกของเรามันมีจุดอ่อนอะไรไม่มีอาคารไหนที่สมบูรณ์แบบจริงๆแม้กระทั่งบ้านของตัวเองก็ยังมีจุดบกพร่องที่เรารู้แต่คนอื่นไม่รู้ทุกคนมาดูบ้านผมบอกว่าสวยจังแต่เรารู้ว่ามันมีจุดบอดอยู่หลายจุดเพราะเราไม่สามารถไปขัดเกลาทุกมุมในทุกจุดได้”

มรดกไทยมรดกชาติ

การใช้คำว่าร่วมสมัยมาประยุกต์งานศิลปะนั้นเกิดจากการเรียนต่อปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์สหรัฐอเมริกาเมื่อจบออกมาแล้วจึงนำคำว่าร่วมสมัยมาใช้ในปัจจุบัน

“มันก็ไม่ใช่โดยตรงถึงแม้ผมจะไปเรียนต่อเมืองนอกผมก็ยังอยากทำอะไรที่ร่วมสมัยคนไทยต้องอยู่ได้อย่างสบาสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยเราต้องคำนึงถึงเรื่องภูมิอากาศแสงแดดเรื่องลมผมอยากสร้างให้มีบุคลิกที่มีศิลปวัฒนธรรมของคนชาติไทยแฝงอยู่ไม่เน้นมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่ที่เราใส่เข้าไปได้แค่ไหน

“อย่างตอนนี้ผมกำลังประกวดแบบสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ผมจึงทุ่มเทเวลาและความคิดเข้าไปว่ารัฐสภาแห่งใหม่นี้เราอยากสร้างงานนี้เพื่อเป็นมรดกของชาติฝากให้เป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจได้อีกสัก100หรือ500ปีทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการว่าเขาจะเห็นด้วยกับเราไหมแต่เราก็ทุ่มสุดตัวอาจารย์จักรพันธุ์โปษยกฤตและอาจารย์อาวุธเงินชูกลิ่นก็ให้เกียรติเข้ามาอยู่ในทีมเดียวกันกับผมร่วมกันทำจึงออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่เข้าสวมกันได้

“จิตสำนึกของเราก็คืออยากให้มีความเป็นไทยเข้ามาสอดแทรกในอาคารถึงแม้จะเป็นอาคารใหญ่2-3แสนตารางเมตรก็เกิดความเป็นไทยได้เมื่อดูแล้วบ่งบอกถึงการถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็นไทยของศิลปินลงไปในงานผมเองก็ไม่ทราบว่าทีมไหนจะชนะการประกวดสถาปัตยกรรมที่สวยงามต้องสมดุลย์กับธรรมชาติกับท้องฟ้าและพื้นดินมองให้เห็นอ่านให้ออกถ้ามีใครถามว่าตึกนี้สวยไหมแล้วเราตอบว่าสวยแต่อีก3คนอาจจะบอกว่าไม่เห็นสวยเลยความงามนี้ต้องมีความพอดีและเป็นความพึงพอใจของคนดูคนที่เสพในงานนั้นๆด้วย

“ก็เหมือนกับศิลปินเมื่อมาสุดทางพอดีเราเขียนรูปๆหนึ่งเอาสีสันสอดใส่เข้าไปจนเกิดความพอดีก็จะเกิดความสุนทรีย์ความงามขึ้นมาเกิดความพอดีจากสภาพแวดล้อมเหมือนกับงานสถาปัตยกรรมเช่นเราอยู่บนเขาเมื่อเราสร้างบ้านขึ้นมาแล้วบ้านจะเกาะอยู่บนเขาจะเข้ากันได้ไหมกับธรรมชาติสภาพแวดล้อมไม่ทำลายเขาลูกนั้นผมว่าอันนั้นแหละงานจะออกมาดีหรือว่าจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่มันจะผสมกลมกลืนกันกับที่ตรงนั้นได้พอดีกับวิถีชีวิตก็จะเป็นงานที่ดีในหลายเรื่องทั้งสัดส่วนทั้งสีสันรายละเอียดต่างๆที่ใส่เข้าไปไม่มากไม่น้อยจนเกินไปให้มันเชื่อมกันเราต้องทำโมเดลขึ้นมาดูว่าแค่นี้พอแล้วอย่ามากกว่านี้ถ้ามากกว่านี้จบเลยตรงนี้คือประสบการณ์ที่ช่วยเราได้เยอะ

“ตอนนี้วงการสถาปนิกเริ่มไล่กันทันเพราะโลกาภิวัฒน์สถาปนิกบางคนเพิ่งเขียนแบบบนโต๊ะเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแป๊บเดียวแบบอันนี้ก็หลุดเข้าไปในอินเตอร์เน็ตทำให้เรารู้ว่าเขาทำอะไรคิดอะไรอยู่สมัยก่อนบางทีเขียนแบบเกือบจะเสร็จแล้วถึงจะได้เห็นว่าหน้าตามันเป็นอย่างไรแต่เดี๋ยวนี้การดีไซน์ออกมาหนังสือนิตยสารตีพิมพ์แล้วเผยแพร่ไปทั่วโลกก็เลยทำให้มีการศึกษาติดตามกันได้ใกล้ชิดและรวดเร็ว

“การเรียนการสอนเดี๋ยวนี้คนไทยก็ไปเรียนที่เมืองนอกกันเยอะส่วนมากเราจะได้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีที่จะต้องตามกันให้ทันแต่ของจีนเขาจะซื้อเลยของเขาจะจ้างสถาปนิกระดับโลกมาดีไซน์ตึกของเขาเช่นตึกสนามกีฬาโอลิมปิกที่เป็นรังนกก็เพื่อเป็นการเชื่อมโยงถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ของเขาเรียนรู้ได้เร็วมากเมื่อเขายอมลงทุนให้คนอื่นมาออกแบบให้ทำสเตเดียมเพื่อจะถ่ายทอดองค์ความรู้นั่นคือข้อได้เปรียบของเขา

“หากจะเปรียบเทียบการเรียนที่เมืองไทยและเรียนที่เมืองนอกผมมองว่าระบบการเรียนการสอนยังสู้เขาไม่ได้วิธีสอนของเขาไม่ได้สอนแบบคนไทยที่ส่วนหนึ่งสอนไม่ให้เด็กได้พูดสอนแบบครูสอนเข้าไปนั่งฟังเลคเชอร์ครูก็ออกข้อสอบตามที่ครูสอนทำให้เด็กไทยบางคนพูดไม่เป็นพรีเซนต์ไม่ได้การพูดโต้เถียงกับอาจารย์ของเราไม่มีเลยแต่เด็กฝรั่งมันคนละสไตล์กันเขาจะให้เด็กพูดให้เด็กได้คิดตรงนี้ของเรายังล้าหลังกว่าของเขามากในปัจจุบันระบบการศึกษาของบ้านเรายังไม่เปลี่ยนไปมากนักก็จะทำตามอาจารย์สั่งยังคิดโปรแกรมเองไม่เป็นอาจารย์ต้องสั่งให้ออกแบบอาคารหลังหนึ่งเป็นมิวเซียมนะเด็กก็จะทำมิวเซียมกันหมดแต่ที่เมืองนอกอาจารย์เขาจะให้เด็กคิดเองว่าจะออกแบบอะไรเพื่ออะไร”

คาถา...สถาปนิก

“ถ้าจะถามว่าผลงานของผมแตกต่างจากสถาปนิกท่านอื่นอย่างไรนั้นมันก็พูดยากมันต้องมีคนเข้าไปอยู่เข้าไปใช้ต้องดูสัดส่วนต่างๆเวลาเราทำอะไรเราต้องตั้งใจเพราะที่บริษัทผมมีสถาปนิกที่ออกแบบ100กว่าคนเมื่อเขาทำงานออกมาแล้วเขาจะทำจริงๆจังๆทำโมเดลเป็นกองๆเพื่อจะให้ได้งานออกมาดีที่สุดคล้ายๆของเราแล้วมีทีมซัพพอร์ตเยอะแยะทั้งทีมวัสดุก่อสร้างอะไรต่างๆเราไม่ได้ทำชุ่ยๆหรือถ้าเกิดให้เรามาทำอะไรชุ่ยๆทำอะไรเพื่อเงินเราไม่อยากทำเงินก็ไม่ใช่ปัญหาหรือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราแต่เมื่อทุกคนทำแล้วต้องภูมิใจเมื่อสร้างมาแล้วมีความสวยงาม

“ตอนนี้ผมมีบริษัทในต่างประเทศเราต้องออกไปชนกับต่างประเทศที่ได้มาตรฐานสากลเราต้องชนกับเขาได้เราต้องต่อสู้กับสถาปนิกอเมริกาสถาปนิกออสเตรียเราต้องสู้ในระดับเดียวกันแล้วเราก็มีโอกาสชนะเราต้องพัฒนาตัวเองสู้เขาให้ได้เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลเราจะออกแบบเป็นไทยไม่ได้

“ตลอดชีวิตที่ทำงานผมก็ไม่ได้มีเงินมากมายอะไรกับงานสถาปัตยกรรมแต่เราก็ต่อสู้มาโดยตลอดเวลาผมเล็คเชอร์ผมจะบอกกับเด็กรุ่นหลังๆว่าอาชีพนี้ทำให้ตายก็ไม่มีทางร่ำรวยมันได้ค่าแบบ1-2%ไหนยังจะมีค่าใช้จ่ายของคนแล้วก็ไม่ใช่ทำ3วันเสร็จเก็บเงินได้บางตึกทำ5ปีกว่าจะเสร็จผมจะต้องเอาคนไปประชุมเกือบทุกวันแก้ปัญหาในไซต์งานท้ายที่สุดเมื่อปิดโปรเจ็คท์ก็ต้องมานั่งคิดค่าใช้จ่ายเท่าไรค่าคนค่าของค่าเวลาที่เสียไปหักลบกลบหนี้กันแล้วกำไรเหลือน้อยมากแต่พออยู่ได้

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมทำงานด้วยความซื่อสัตย์ไม่เอาคอมมิชั่นกับผู้รับเหมาสามารถตรวจสอบได้ผมไม่เคยเรียกร้องอะไรกับเขาเลยขอคุยอย่างตรงไปตรงมาถ้าแบบเขาผิดผมก็สั่งแก้ผมไม่เคยขอเขาแบบลับลมคมในไม่เคยทำแล้วก็ไม่คิดที่จะทำเพราะมันเป็นเรื่อง

บทความ:
ภาพ: